เคล็ดไม่ลับอยู่แบบ’สูงวัย’ ‘5ความสุข’ใช้ชีวิตยุค4.0

ไทยเตรียมแผน 5 ปี รับมือ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิต-จิตเวช ผู้สูงวัยจะปรับตัวอยู่อย่างพอดี-มีคุณค่าในยุค 4.0 อย่างไร? มาหาคำตอบกัน

รู้หรือไม่ว่าในปี 59 ประเทศไทยของเรา มีผู้สูงอายุจำนวนสูงถึง 10.7 ล้านคน และก็มีการคาดการณ์ว่าเพียงอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว!!

โดยล่าสุดภายในงานวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชผู้สูงอายุ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “ความพึงพอใจ ในชีวิตผู้สูงอายุไทย ยุค Thailand 4.0” มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ผู้สูงอายุจะรับมือ และอยู่อย่างไรในยุค 4.0”

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรโลกที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

การที่บุคคลมีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและสมองย่อมเสื่อมถอยลง ความสามารถในการทำงานย่อมลดน้อยลงไป รวมทั้งอาจมีข้อจำกัดในการปรับตัว ส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการดำรงชีวิต ความพึงพอใจในชีวิตลดลง

นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 64 คนไทยยุค 4.0 มีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี เท่ากับ 69 ปี โดยมีแผนการดำเนินงานในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม” สามารถดูแลตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งแผนพัฒนาคนช่วงวัยสูงอายุ จะต้องประกอบด้วย 3S ด้วยกันดังนี้

1.Strong ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เน้นส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ยังไม่ป่วย ให้มีพฤติกรรมสุขภาพดี พัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุให้มีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) มีการบริการสุขภาพผู้สูงอายุในระดับปฐมภูมิ จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพแบบครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

2.Security ส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ เน้นสนับสนุนการประกันรายได้และการมีงานทำของผู้สูงอายุ ส่งเสริมพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับความคุ้มครองทางสังคมเพิ่มขึ้น

3.Social Participation ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม พม.รับผิดชอบ เน้นการส่งเสริมพัฒนาชมรมผู้สูงอายุคุณภาพผ่านกลไกองค์กรชุมชน และศาสนา ส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป็นศูนย์การเรียนรู้คุณภาพต้นแบบ

อย่างไรก็ตาม ในยุค 4.0 ผู้สูงอายุไทยสามารถสร้างความสุขความพึงพอใจในชีวิตให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ด้วยการ “ยอมรับ” และ “ปรับตัว” ให้ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใช้ชีวิตอยู่อย่างพอดี และมีคุณค่า โดยยึดหลัก 5 สุขในการดำเนินชีวิต ได้แก่

“สุขสบาย” ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงคล่องแคล่วตามสภาพ ไม่ใช้สารเสพติด “สุขสนุก” ทำกิจกรรมทำให้จิตใจแจ่มใส ลดความเครียดซึมเศร้า และความวิตกกังวล “สุขสง่า” มีความพึงพอใจในชีวิต ภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง เห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม “สุขสว่าง” คิดและสื่อสารอย่างมีเหตุมีผล แก้ไขปัญหาและจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ “สุขสงบ” รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเอง ควบคุมและจัดการกับสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้น ผ่อนคลายและปรับตัวยอมรับตามความเป็นจริง

สำหรับ “ปัญหาสุขภาพจิต” ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ “โรคสมองเสื่อม” ประมาณ 8% หรือราว 8 แสนคน และ “โรคซึมเศร้า” ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ซึ่งจากรายงานของฐานข้อมูลการบริการผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีผู้สูงอายุป่วยโรคซึมเศร้าเข้ารับบริการ 75,564 คน มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 1.17%

ฉะนั้นแล้ว…การเตรียมความพร้อมรับมือ “สังคมผู้สูงอายุ” จะทำอย่างไรให้การใช้ชีวิตและปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นได้รับการมองเห็น จึงต้องเน้น “การเข้าถึงการดูแล” ให้ได้รับบริการที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที

ที่มา Dailynews

Comments

comments

Check Also

8 สิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน แต่มีผลเสียต่อ “กระดูกสันหลัง” อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมวิธีแก้ไข

เชื่อหรือไม่ว่า การกระทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรานั้นส่งผลระยะยาวกับสุขภาพของเรา ไม่ว่าจะทำงานบ้าน กินข้าว หรือช็อปปิ้งก็ตามล้วนสามารถส่งผลต่อกระดูกสันหลังของเราได้ และมันก็ไม่ดีเอาซะเลย… ฉะนั้น วันนี้เราเลยจะมาดู 8 สิ่งยอดฮิตที่เราทำในทุกวันโดยไม่คิดอะไร แต่ส่งผลกับกระดูกสันหลังอย่างร้ายแรงกัน รวมถึงวิธีการจะแก้ปัญหาก่อนที่มันจะสายไป เอ้า!! อย่ารอช้ามีอะไรบ้างมาดูกัน   …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *