รู้จักกับ Cyberbullying ภัยร้ายออนไลน์ ที่หนักกว่าที่คุณคิด

เรียกได้ว่าเป็นกระแสเป็นพักๆ กันเลยทีเดียว กับเรื่อง Cyberbullying แต่หลังจากที่โดนกระแสอื่นกลบลงไป หลายคนก็ยังมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวและไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร แต่คุณรู้หรือไม่ ว่า Cyberbullying นั้น สำคัญมากกว่าที่คิด

ว่าแล้วก็ลองไปทำความรู้จักกันใกล้ๆ อีกสักครั้งดีกว่า

Cyberbullying คืออะไร?

Cyberbullying คือ การรังแกในรูปแบบใหม่ ที่เริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคดิจิตอลนี้

โดยการกลั่นแกล้งดั่งกล่าวจะไม่ใช่การลงไม้ลงมือแบบการรังแกทั่วไป แต่จะใช้เครื่องมือสื่อสาร อย่าง โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แชท หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นเครื่องมือหลักในการรังแกและกลั่นแกล้งกัน

ฟังดูไม่รุนแรง ไม่มีการเลือดตกยางออก แต่การกลั่นแกล้งนี้ มีข้อเสียใหญ่หลวงอยู่หนึ่งข้อ เพราะสามารถทำได้ 24 ชั่วโมง ต่างจากสมัยก่อนที่เด็กๆ จะรังแกกันได้ในโรงเรียนหรือแบบซึ่งๆ หน้าเท่านั้น

Cyberbullying เป็นการกลั่นแกล้งแบบไหนกันแน่?

สำหรับการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์นั้น เราสามารถแตกประเด็นออกไปได้ 6 รูปแบบ ดังนี้

  • การโจมตี ขู่ทำร้าย หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย

การโพสต์ด่าทอ พูดจาส่อเสียด ให้ร้าย หรือขู่ทำร้าย ผ่านช่องทางการสนทนา หรือโพสต์อย่างโจ่งแจ้งที่หน้าโซเชียลมีเดียของผู้ถูกกระทำ เช่น แชทเฟซบุ๊ก หรือไลน์มาว่าจะดักทำร้าย เมื่อเจอหน้ากันที่โรงเรียนหรือที่ไหนก็ตาม เป็นต้น

  • การคุกคามทางเพศแบบออนไลน์

ใช้คำพูดจาคุกคามทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย การบังคับให้แสดงกิจกรรมทางเพศผ่านกล้อง การส่งภาพหรือวิดีโอโป๊เปลือยมาให้โดยที่ผู้รับไม่ได้ต้องการ การแฉหรือตัดต่อภาพโป๊เปลือยไปโพสต์ในโซเชียลเพื่อให้ได้รับความอับอาย เป็นต้น

  • การแอบอ้างตัวตนของผู้อื่น

โดยเฉพาะกรณีเปิดเผยรหัสผ่านของโซเชียลให้ผู้อื่นรู้ เช่น ให้เพื่อนสมัครเฟซบุ๊ก หรือไลน์ให้ เคสนี้ก็อาจโดนรังแกด้วยการถูกสวมรอยใช้เฟซบุ๊ก ของตัวเองโพสต์ข้อความหยาบคาย ให้ร้ายบุคคลอื่น โพสต์รูปโป๊ คลิปวิดีโอลามก หรือสร้างความเสียหายในรูปแบบต่าง ๆ

  • การแบล็กเมล์กัน

โดยนำความลับหรือภาพลับของเพื่อนมาเปิดเผยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง หรือการใส่ร้ายป้ายสี เช่น ตัดต่อรูปภาพน่าเกลียดๆ หรือการแอบถ่ายภาพหลุดที่น่าขำมาโพสต์ประจาน และแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนานเกินเลย

  • การหลอกลวง

มีทั้งการหลอกลวงให้หลงเชื่อ ให้ออกมานัดเจอเพื่อทำมิดีมิร้าย หรือการหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ด้วยวิธีการต่างๆ ในกรณีนี้ ก็ถูกจัดว่าเป็น Cyberbullying เช่นกัน

  • การสร้างกลุ่มในโซเชียลเพื่อโจมตีโดยเฉพาะ

การตั้งเพจแอนตี้ เพื่อโจมตีบุคคลหนึ่งขึ้นมา มีการจับผิดทุกอิริยาบถ แล้วนำมาถกประเด็นให้เกิดความเสียหายต่อคนที่ตัวเองไม่ชอบ หรืออาจมีการโน้มน้าวให้คนอื่นรู้สึกรังเกียจ และกีดกันให้ออกจากกลุ่ม จากสังคมที่อยู่

ทั้งนี้การกระทำที่เข้าข่าย Cyberbullying จะเกิดจากเจตนาที่มุ่งร้ายให้อับอาย เจ็บใจ และเสียใจ ดังนั้นการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์จึงมักจะไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียวแล้วเลิก แต่เป็นการกระทำซ้ำไปมา จนอาจทำให้เหยื่อเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตได้  บางคนถูกกดดันอย่างมากจนถึงขนาดฆ่าตัวตายเลยก็มี

สำหรับในไทยนั้น Cyberbullying อาจจะนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ใหม่ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแต่เด็กวัยรุ่นเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน  บางคนยังไม่เข้าใจ คิดว่าการพูดจาล้อเล่นขำๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรคิดมาก แต่แท้จริงแล้ว การพูดจาล้อเลียนเอง ก็ถูกนับว่าเป็น Cyberbullying อีกอย่างหนึ่ง

จะเห็นได้ว่า Cyberbullying ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ ที่ใครๆ ก็สามารถพบเจอ และตกเป็นเหยื่อได้  บางครั้งการโพสต์โดยไม่คิด ก็อาจจะกลายเป็น Cyberbullying กดดันคนที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอก็ได้นะ!

ที่มา daily.rabbit.co.th

Comments

comments

Check Also

8 สิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน แต่มีผลเสียต่อ “กระดูกสันหลัง” อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมวิธีแก้ไข

เชื่อหรือไม่ว่า การกระทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรานั้นส่งผลระยะยาวกับสุขภาพของเรา ไม่ว่าจะทำงานบ้าน กินข้าว หรือช็อปปิ้งก็ตามล้วนสามารถส่งผลต่อกระดูกสันหลังของเราได้ และมันก็ไม่ดีเอาซะเลย… ฉะนั้น วันนี้เราเลยจะมาดู 8 สิ่งยอดฮิตที่เราทำในทุกวันโดยไม่คิดอะไร แต่ส่งผลกับกระดูกสันหลังอย่างร้ายแรงกัน รวมถึงวิธีการจะแก้ปัญหาก่อนที่มันจะสายไป เอ้า!! อย่ารอช้ามีอะไรบ้างมาดูกัน   …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *