ครอบครัว

10 ข้อคิดสอนใจหญิง จากละคร เพลิงบุญ รักแบบไหนไม่ทำให้ชีวิตคู่พัง

จบลงไปแล้วสำหรับละคร เพลิงบุญ หลายคนเฝ้ารอคอยฉากสุดท้ายของเรื่อง ว่าแต่ะคนจะลงเอยกันในทิศทางไหนบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าตัวละครหลักที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้อย่าง ใจเริง ฤกษ์ พิมาลา และเทิดพันธุ์ จะต้องรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับชีวิตคู่และครอบครัวทั้งนั้น ดูละครแล้วย้อนมาดูตัว เราได้ข้อคิดอะไรกลับไปบ้าง หลังจากเรื่องนี้จบลง…. 1. พื้นฐานครอบครัว กำหนดอนาคตลูก ในละครเรื่องนี้ นอกจากจะได้เห็นพระเอก นางเอก และตัวร้าย เรายังได้เห็นพ่อแม่ของแต่ละคนด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ลูกมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไปด้วย เลี้ยงลูกอย่างมีสติ เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน พ่อแม่ใจเริง ตามใจลูกทุกอย่าง เห็นพ่อที่เป็นนักการคอรัปชั่นก็มองว่าการทำผิด เป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ จึงทำให้เป็นคนที่เอาแต่ใจ ไม่สนว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะผิดหรือถูก ขอแค่ได้อย่างที่ใจต้องการก็พอ พ่อแม่พิมาลา เป็นคนใจเย็น สอนลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช้คำหยาบ พิมาลา หรือ พิมและน้องสาว จึงเป็นคนที่ใจเย็น คิดก่อนพูด ไม่ได้พูดทุกอย่างที่คิด เป็นห่วงความรู้สึกคนรอบข้างมากๆ 2.เลือกสามีผิดคิดจนตัวตาย  ในนิทานเจ้าหญิงและเจ้าชายได้แต่งงาน แล้วจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป แต่ชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น การแต่งงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ คุณจะต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย และยังต้องเรียนรู้กันไปทุกวัน นอกจากหัวใจแล้ว ยังต้องใช้สมองมาช่วยตัดสินใจเลือกด้วย คิดให้ดี ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เพราะผู้ชายคนนี้จะมาอยู่กับเราไปตลอดชีวิต คุณโอเคใช่ไหม? 3. อย่าคิดเป็นมือที่สามใครเด็ดขาด ไม่ต้องคิดถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษก็ได้ …

Read More »

“EF” เคล็ดลับสร้างลูกให้ฉลาดสมวัย

เมื่อถึงวันที่คุณปลื้มใจที่รู้ว่ากำลังมีเจ้าตัวเล็กมาเป็นโซ่ทองคล้องใจและเติมเต็มความรักในครอบครัวให้มากขึ้น หลายๆ คนคงอดเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยว่าทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงดูลูกรักของคุณให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีอย่างสมวัย ในวันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. มีเคล็ดลับการเลี้ยงลูกด้วย EF หรือ (Executive Function) ที่เป็นส่วนช่วยพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จมาฝากกันค่ะ  EF คืออะไร?  EF (Executive Function) หรือ ทักษะการพัฒนาสมองส่วนหน้า เป็นกระบวนการที่ใช้กำกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเรียน การงาน การอยู่ร่วมกับเพื่อน การคิดสร้างสรรค์ และการจัดการทุกด้านตลอดชีวิต เรียกได้ว่า EF เป็นการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาความฉลาดทางเชาว์ปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)  EF ยิ่งเริ่มไว ยิ่งได้เปรียบ  EF เป็นพื้นฐานนิสัยดีที่สร้างสรรค์ที่จะติดตัวเด็กไปจนโต เนื่องจากเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพัฒนากับการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ ตั้งแต่วัยทารกจวบจนวัยทำงาน 25 ปี แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการพัฒนาคือช่วง 3-6 ปีแรกของชีวิต  3 กลุ่มทักษะพัฒนา EF ที่ควรปลูกฝังสม่ำเสมอ  เพื่อการพัฒนาลูกน้อยให้คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น EF จึงถูกจัดออกเป็น 3 กลุ่มทักษะที่เชื่อมโยงกัน มีองค์ประกอบ 9 ด้าน ดังนี้ 1) …

Read More »

9 ความจริง เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนเกิดขึ้น เติบโต ดำรงชีวิต และสลายไปตามกาลเวลา การสืบพันธุ์จึงเป็นกลไกทางธรรมชาติในการสร้างสิ่งมีชีวิตรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เมื่อมนุษย์เติบโตจวบจนช่วงที่ฮอร์โมนผันแปรจนเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องราวที่ทุกคนได้รับรู้อย่างหลากหลายทัศนะ หลากความเชื่อ หลายประสบการณ์กันไปต่างๆ นาๆ บ้างก็จากคำที่ ‘เขาบอกว่า’ หรือ ‘เขาเล่าว่า’ เพื่อเป็นการไขข้อสงสัยเรื่องเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ยอดฮิต ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้ง 9 ข้อ มาฝากดังนี้ค่ะ  1.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก? ความจริง: ผู้หญิงมีโอกาสตั้งท้องได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือครั้งที่เท่าไหร่ก็ตาม 2. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าผู้ชายหลั่งข้างนอก? ความจริง :ในขณะที่อวัยวะเพศชายแข็งตัวจะผลิตของเหลว ซึ่งประกอบด้วยเชื้ออสุจิมากมาย   ที่สามารถทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้ ดังนั้นการที่ผู้ชายหลั่งข้างนอกเมื่อถึงจุดสุดยอดนั้นเป็นวิธีที่เพิ่มความเสี่ยงในการตั้งท้องเพิ่มขึ้น เพราะตัวอสุจิอาจเล็ดลอดออกมาตั้งแต่เริ่มสอดใส่แล้ว 3.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีประจำเดือน? ความจริง : หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนก็สามารถตั้งท้องได้  โดยเฉพาะผู้ที่รอบเดือนมาไม่ปกติหรือไม่สม่ำเสมอทุกเดือน เพราะหลังจากมีเพศสัมพันธ์เชื้ออสุจิจะสามารถอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานถึง 3 วัน หากผู้หญิงบางคนมีไข่ตกในช่วงนี้ก็เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมดลูกอักเสบด้วย 4. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด? ความจริง : เมื่อผู้หญิงได้รับการกระตุ้นทางเพศ ร่างกายจะเปลี่ยนแปลง เช่น …

Read More »

3 กิจกรรม ทำเป็นประจำช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้

ถึงแม้ว่าภาวะสมองเสื่อมจะยังไม่เกิดขึ้น แต่เราไม่ควรละเลยที่จะป้องกัน และการป้องกันภาวะสมองเสื่อมก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วย 3 กิจกรรมที่สามารถทำได้ทุกวัน ดังนี้ 1. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การออกกำลังกายแบบแอโรบิค ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิค วันละ 30 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน 2. รักษาสุขภาพอยู่เสมอ – ควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลา – ควรมีกิจกรรมทางกาย เช่น เดินแทนการนั่งรถ ทำงานบ้าน ทำงานอดิเรกที่ชอบ – ควรมีกิจกรรมทางสังคม เช่นออกไปพบปะเพื่อนฝูง พูดคุยกับเพื่อนบ้าน – ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ – ไม่ควรสูบบุหรี่ และดื่มสุรา – ไม่ควรทำกิจกรรมที่เสี่ยงกับการบาดเจ็บทางศีรษะ – ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมากจนอ้วน 3. บริหารสมองบ่อยๆ โดยใช้ท่าบริหารดังนี้ ท่าโป้งก้อย มือขวาชูนิ้วโป้ง มือซ้ายชูนิ้วก้อย เมื่อทำได้ ให้สลับเปลี่ยนเป็นมือขวาชูนิ้วก้อย มือซ้ายชูนิ้วโป้ง …

Read More »

เคล็ดลับ `สร้างสุขครอบครัวไทย`

ความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากคนในครอบครัวมีความสัมพันธ์กันมากพอ ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะจับมือกันก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาการเรียน ปัญหาเรื่องเพื่อน ปัญหาที่ทำงาน เป็นต้น ซึ่ง ‘วัยเด็ก’ เป็นรากฐานที่สำคัญของการเจริญเติบโตสู่ช่วงวัยต่างๆ ที่พ่อแม่และผู้ปกครองควรปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี และเป็นแบบอย่างของพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตให้ลูก เพื่อเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นนี้ให้แตกหน่อและเติบโตอย่างงดงาม แต่เพียงการอบรม สอนสั่ง และปลูกฝังอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ด้วยช่องว่างระหว่างวัยและโลกทัศน์ที่เปลี่ยนไประหว่างวัยพ่อแม่และลูกหลาน ซึ่งต้องการความเข้าใจ การปรับตัว และความประนีประนอมในการดูแลซึ่งกันและกัน ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงรวบรวมเคล็ดลับเติมเต็มความสุขของครอบครัวมานำเสนอเป็นตัวอย่างแนวทางให้ครอบครัวไทยนำไปปรับใช้ในยุค 4 จี หรือ ยุค 4.0 เพื่อเป็นการเติมเต็มความรักและความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ “4 ย. เคล็ดลับเติมรักให้ครอบครัว” จากคู่มือ 4 ย.เคล็ดลับเติมความสุขชีวิตคู่ โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แนะนำไว้ว่า ย.ยืดหยุ่น : รู้จักอดทนอดกลั้น รู้จักให้และรับที่เหมาะสม เรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง เพื่อความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘บ้านเปี่ยมรัก…สร้างจากความรักและความเข้าใจ’ ย.ยกย่อง : หมั่นใช้คำพูดที่อ่อนหวานไพเราะ ห่วงใย ให้กำลังใจซึ่งออกมาจากใจบนพื้นฐานของสติปัญญาและความรัก เป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างไร ย.ยืนหยัด : …

Read More »

เคล็ดไม่ลับอยู่แบบ’สูงวัย’ ‘5ความสุข’ใช้ชีวิตยุค4.0

ไทยเตรียมแผน 5 ปี รับมือ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิต-จิตเวช ผู้สูงวัยจะปรับตัวอยู่อย่างพอดี-มีคุณค่าในยุค 4.0 อย่างไร? มาหาคำตอบกัน รู้หรือไม่ว่าในปี 59 ประเทศไทยของเรา มีผู้สูงอายุจำนวนสูงถึง 10.7 ล้านคน และก็มีการคาดการณ์ว่าเพียงอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว!! โดยล่าสุดภายในงานวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชผู้สูงอายุ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “ความพึงพอใจ ในชีวิตผู้สูงอายุไทย ยุค Thailand 4.0” มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ผู้สูงอายุจะรับมือ และอยู่อย่างไรในยุค 4.0” น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรโลกที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่บุคคลมีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและสมองย่อมเสื่อมถอยลง ความสามารถในการทำงานย่อมลดน้อยลงไป รวมทั้งอาจมีข้อจำกัดในการปรับตัว ส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการดำรงชีวิต ความพึงพอใจในชีวิตลดลง นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี …

Read More »

ออกกำลังอย่างไร เมื่อไม่มีเวลาออกกำลังกาย

อยากเริ่มต้นออกกำลังกาย แต่ไม่มีเวลา คงเพราะรู้ว่าออกกำลังกายเป็นยาวิเศษที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดี การออกกำลังในแบบคาร์ดิโอเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดและหัวใจ การออกกำลังแบบต้านแรงโดยยกของหนักหรือยกน้ำหนักทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและกระชับ ตื่นเช้าขึ้น บารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จะเจียดเวลาทุกเช้าเพื่อการออกกำลัง ไม่ว่าภารกิจจะยุ่งวุ่นวายขนาดไหนก็ไม่เคยพลาด โดยเขาจะยอมตื่นเร็วขึ้น 20-40 นาที เพื่อออกกำลังก่อนปฏิบัติหน้าที่ผู้นำของประเทศ มาดูกันค่ะว่า สำหรับคนที่ว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายนั้น จะหาวิธีการออกกำลังกายได้อย่างไรบ้าง 10 นาทีก็มีค่า หากมีเวลาไม่มาก ควรเน้นการออกกำลังในแบบคาร์ดิโอที่เผาผลาญได้มาก เช่น กระโดดตบ กระโดดเชือก ข้อสำคัญคือ ควรใส่รองเท้ารองรับแรงกระแทกเพื่อปกป้องเข่า และไม่แนะนำในคนที่น้ำหนักตัวมากหรือสูงอายุ หาเศษหาเลยระหว่างวัน หากที่ทำงานอยู่ไม่ไกล อาจเปลี่ยนมาขี่จักรยานหรือเดินไปทำงาน หากขับรถไปทำงาน ลองจอดรถให้ไกลขึ้นเพื่อบังคับตัวเองให้เดิน หรือระหว่างวันหมั่นขึ้นบันไดแทนลิฟท์ โยคะก่อนนอน นอกจากโยคะจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยคลายความเครียดและคลายกล้ามเนื้อที่ปวดเกร็งจากการนั่งทำงานมาทั้งวันด้วย สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานเลยแนะนำให้สมัครเรียนท่าพื้นฐานให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อยต่อยอดจากหนังสือหรือคลิปในอินเตอร์เน็ตต่างๆ ออกกำลังพร้อมลูก ทิปนี้เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีเวลาออกกำลังเพราะต้องเลี้ยงลูก ควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยจับลูกใส่รถเข็นแล้วไปเดินหรือวิ่งเหยาะๆ ตามสวนสาธารณะ หรืออุ้มลูกเดินรอบๆ บ้าน ก็เป็นการออกกำลังทั้งแบบคาร์ดิโอและแบบแรงต้าน เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนไปในตัว ทำงานบ้านเอง แม้ว่าคุณจะมีแม่บ้านช่วยทำความสะอาดให้ แต่การได้ลุกขึ้นมาปัดกวาด ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ด้วยตัวเอง ถือเป็นโอกาสทองในการออกกำลังและสำรวจตรวจตราความสะอาดของบ้านได้เป็นอย่างดี ฟิตร่วมกันในวันหยุด ปกติแล้วกิจกรรมประจำครอบครัวของคุณในวันหยุดคืออะไร ลองเปลี่ยนจากการเดินตามห้างสรรพสินค้า มาเป็นการเดินออกกำลังร่วมกันในสวนสาธารณะ หรือ หากีฬาที่สมาชิกในบ้านเล่มร่วมกันได้ เช่น ปิงปอง แบดมินตัน แชร์บอล รับรองว่าได้ทั้งความสนุกสนาน สามัคคี …

Read More »

เด็กๆก็เป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ อย่าละเลยอันตรายถึงชีวิต!

การเกิดนิ่วถุงน้ำดีในเด็กมีตัวเลขเพิ่มขึ้นสูงกว่าเมื่อก่อนมาก แต่หากรีบสังเกตอาการและรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีใหมๆ คือผ่าตัดผ่านกล้อง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อันตรายถึงชีวิต!! “ถุงน้ำดี” เป็นถุงเล็กๆ อยู่ใต้ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่เก็บสะสมน้ำดีที่ผลิตโดยตับที่ส่งมาทางท่อน้ำดี และส่งไปผสมกับอาหารและทำการย่อยไขมัน รวมถึงกำจัดของเสียที่ออกมาจากตับและคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย หากเราดูแลถุงน้ำดีไม่ดีก็สามารถเกิดโรคได้นั่นคือ “นิ่วในถุงน้ำดี” พญ.สุพัตรา ชารีแก้ว กุมารศัลยแพทย์ รพ.เด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์ ให้ความรู้ว่า โรคนี้ส่วนใหญ่พบในผู้ใหญ่ สำหรับในเด็กสามารถพบได้ไม่เยอะ แต่ ณ วันนี้มีตัวเลขที่น่าสนใจ เพราะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมาก ประมาณ 1.46-1.9% โดยมีปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งสาเหตุการเกิดจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ (ผู้ใหญ่จะพบนิ่ว Cholesterol มากที่สุด) ส่วนในเด็กมักเป็นนิ่ว Black pigment ที่เกิดจากการแตกตัวของเม็ดเลือด ในผู้ป่วยโรคเลือด นิ่ว Calcium carbonate และนิ่ว Cholesterol เป็นสาเหตุรองลงมา ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีในเด็กๆ คือ โรคที่มีการแตกตัวของเม็ดเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมียโรคที่มีความผิดปกติของทางเดินน้ำ ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน และสาเหตุอื่นๆ เช่น ได้รับสารอาหารทางเลือด ได้รับยาบางชนิด พันธุกรรม เป็นต้น เริ่มแรกอาการของนิ่วในถุงน้ำดีจะยังไม่แสดง แต่เมื่อถุงน้ำดีบีบตัวเพื่อขับน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เล็ก นิ่วจะถูกขับเคลื่อนไปกับน้ำดีไปสู่ปากทางออก ซึ่งนิ่วอาจไปอุดกั้นทางออก ทำให้เกิดอาการปวดท้องด้านบนขวาขึ้นมาทันทีทันใด ความปวดมักไม่เท่ากัน …

Read More »

โรคหัวใจ ไกลห่างด้วยเมนู “รักหมดใจ”

คนเรามีหัวใจดวงเดียวที่ต้องเก็บรักษาไว้ ต้องทะนุถนอม ดูแลหวงแหนทั้งในด้านความรักความรู้สึก และการดูแลสุขภาพของ หัวใจให้แข็งแรง การดูแลหัวใจนั้นสัมพันธ์ทั้งกับสภาพจิตใจและการดูแลที่ตัวอวัยวะหัวใจ  ในทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มองว่าหัวใจมีความสัมพันธ์กับระบบของธาตุไฟและธาตุลม  ถ้าเมื่อใดธาตุไฟกำเริบ (ร้อนเกินควบคุม) ก็ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด ง่าย โมโหง่าย ใจร้อน กระวนกระวาย ร้อนอกร้อนใจ  ลุกลี้ลุกลน  และส่งผลให้ธาตุลม (ทั้งสุมนาวาตะและลมหทัยวาตะ) กำเริบ  ก็เกิดอาการหงุดหงิด วิตกกังวล กระสับกระส่าย รวมถึงนอนไม่หลับและอาจส่งผลต่อระบบความดันโลหิตผิดปกติได้  แต่ที่สำคัญคือทั้งหมดนั้นล้วนส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ การไหลเวียนโลหิต  อารมณ์แปรปรวนไม่ปกติ  จนทำให้เกิดอาการของโรคหัวใจได้  ซึ่งดิฉันมีวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันตนง่ายๆ ดังนี้ 1. ไม่นอนดึกจนเกินไป (ไม่ควรนอนเกินสี่ทุ่ม)  เนื่องจากถ้านอนหลังสี่ทุ่มจะเป็นเวลาของธาตุไฟ อาจทำให้นอนไม่หลับ รู้สึกร้อน  หงุดหงิด  หรือหลับได้ไม่สนิท  เมื่อตื่นตอนเช้าจะยังรู้สึกง่วง  สะลึมสะลือ ไม่สดชื่น บางรายมีอาการมึนงงเนื่องจากนอนไม่พอ 2. ควรดื่มน้ำอุ่นหรือนมอุ่นเล็กน้อยก่อนนอน  เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนต่างๆ ดีขึ้น  หรือจะเป็นชาเกสรดอกไม้เพื่อ ช่วยสงบประสาทและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น 3. ไม่ควรรับประทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น  เนื้อสัตว์  หรืออาหารไขมัน  หรือผักดิบ ต่างๆ มากเกินไปในมื้อเย็น  เพราะจะรบกวนระบบไฟธาตุทั้งการย่อย การเผาผลาญ และส่งผลให้ธาตุลมที่เกี่ยวกับการย่อยพัดพาได้ไม่สะดวก  ทำให้ท้องอืด  อาหารไม่ย่อยไม่สบายท้องหรือเกิดการสะสมของไขมันได้ง่าย  พอนานวันเข้าก็ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด (ท่อทางเดินของลม)  ทำให้เกิดหลอดเลือดตีบตันได้ง่ายขึ้น  โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ  หลอดเลือดสมอง ฯลฯ 4. ฝึกหายใจทำสมาธิจากการฟังเพลงบรรเลงและบริหารร่างกายในท่าเหยียดและยืดกล้ามเนื้อ การฝึกการหายใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เกิดการไหลเวียนที่ดีขึ้น  ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ อารมณ์  …

Read More »

‘นมแม่’ พัฒนาสมองลูกอย่างไร?

ว่ากันด้วยเรื่องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งประกอบด้วยหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม ความพยายาม ความอดทน การมีแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น ความชำนาญในสิ่งนั้นๆ ฯลฯ หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม แต่ทราบหรือไม่คะว่าจุดแรกเริ่มที่จะนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จในชีวิตของมนุษย์ คือ “นมแม่” นมแม่กับการพัฒนาสมองลูกรัก พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย อธิบายเรื่องนมแม่กับการพัฒนาสมองลูกไว้ว่า นมแม่เป็นอาหารเริ่มแรกที่แม่สร้างไว้ให้ลูก จุดเริ่มต้นที่จะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จได้คือ “วางลูกไว้บนอกแม่ครึ่งชั่วโมงหลังคลอด” ซึ่งนับว่าเป็นชั่วโมงที่สำคัญสุด นอกจากนี้เมื่อตาของลูกกับแม่ประสานกัน เกิดการโอบกอด ลูกได้ดูดนมแม่ ได้ยินเสียงหัวใจของแม่หรือ สายสัมพันธ์จากการโอบกอดแนบเนื้อ (Skin to Skin Contact) ได้สร้างขึ้นเป็นสายใยแห่งความผูกพันตั้งแต่แรกเกิดนั่นคือ สื่อสัมพันธ์ที่ไปกระตุ้นสมอของลูก ที่เป็นซิแนปส์ (synapse) ซึ่งเสมือนเป็นแขนขาเชื่อมเซลล์ประสาทนับพันล้านเซลล์ โดยภายในขวบปีแรกเซลล์สมองจะเติบโตถึง 90% ดังนั้นการเรียนรู้ในวัยนี้ ไม่ว่าจะเรียนรู้จากสายตาของแม่และลูก การโอบกอด การรอคอยแม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ เมื่อลูกได้เรียนรู้การแสดงออกทางพฤติกรรมที่หลากหลาย จะยิ่งไปกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจากมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำถึงประโยชน์ของนมแม่ต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยไว้ว่า  การสัมผัสโอบกอดลูกช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ทำให้มีการแตกแขนงของโยงใยประสาทในสมองมากขึ้น อีกทั้งการ พูดคุยกับลูก มีการสื่อสารทางสายตาระหว่างแม่-ลูก และสารอาหาร เช่น DHA ในนมแม่ล้วนส่งผลต่อระดับเชาว์ปัญญาในเด็กที่กินนมแม่  จะเห็นได้จากผลการวิจัยของ Lucas A …

Read More »