ประเพณีไทย

ประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย พิธีกรรม ความเชื่อ

ความเชื่อเรื่องการโกนผมไฟ

  เมื่อลูกอ่อนมีอายุได้ประมาณเดือนเศษ พ่อแม่ก็จะเตรียมโกนผมไฟโดยไม่ต้องทำพิธี ด้วยการลับมีดโกนกับหินลับมีดให้คมกริบ นำใบบอนมาใบหนึ่ง แม่อุ้มเด็กไว้ในตัก พ่อเอาน้ำชโลมผมไฟให้เด็กทั่วศีรษะ เมื่อผมเปียกดีแล้วพ่อจะเริ่มโกนตั้งแต่หน้าผากขึ้นจนรอบศีรษะ จะต้องระวังส่วนสูงสุดของศีรษะตอนกลางที่เรียกว่า “กระหม่อม” เท่านั้น เพราะเด็กเกิดใหม่กระหม่อมจะบางยังไม่เต็ม ยังนิ่มอยู่ทำให้โกนยากกว่าบริเวณอื่นๆ ส่วนแม่คอยจับมือลูกที่ไขว่คว้าไปมาไม่ได้หยุดนั้นให้นิ่งไว้จะได้ไม่ถูกมีด โกนบาด เมื่อโกนผมไฟเสร็จแล้ว พ่อจะเก็บผมไฟใส่ใบบอนที่เตรียมไว้ ห่อให้เรียบร้อยแล้วอาจนำไปลอยน้ำโดยเชื่อว่าจะเกิดความร่มเย็นแก่ลูกต่อไป บางรายหากไม่นำห่อผมไฟไปลอยน้ำ ก็อาจนำไปฝากไว้ที่ต้นกล้วยที่มีกาบใหญ่ๆ ก็ได้เพราะถือว่าผมเป็นของสูงจะนำไปทิ้งเรี่ยราดไม่ได้ เหตุผลที่เลือกใบบอนมาห่อผมไฟเด็กคงไม่ใช่เพราะเห็นกิริยาของเด็กอ่อนไม่ อยู่นิ่ง ดูเหมือนคันขยุกขยิกตลอดเวลา แต่อาจเป็นเพราะต้นบอนขึ้นอยู่ทั่วไปในแหล่งที่มีน้ำไปถึง หาง่ายจึงมีผู้นิยมเด็ดหรือตัดมาใช้ รวมทั้งนำมาห่อผมไฟที่โกนแล้วด้วย ที่มาของความเชื่อเรื่องการโกนผมไฟ : http://thaiculturebuu.wordpress.com

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย ประเพณีการแข่งเรือกอและและเรือยาวด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่ง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ กันยายน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ความสำคัญของประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย ในการเสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้งจะทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดนราธิวาสและ จังหวัดใกล้เคียงทุกหมู่เหล่า ทรงวางโครงการน้อยใหญ่เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความสงบสุข ร่มเย็นด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาสต่างเห็น พ้องต้องกันว่าสมควรจัดให้มีการแข่งขันเรือกอและอันเป็นประเพณีเก่าแก่ของ ชาวจังหวัดนราธิวาสถวายทอดพระเนตรเพื่อเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณอัน ล้นพ้นและเป็นการฟื้นฟูประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย หน้าพระที่นั่ง และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ อีกทั้งได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันด้วย สาระของประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย การแข่งขันใช้เรือกอและระยะทาง ๖๕๐ เมตร ผู้ควบคุมลำละ ๑ คน จำนวนฝีพายรวมทั้งนายท้ายไม่เกินลำละ ๒๓ คน และมีฝีพายสำรองไม่เกินลำละ ๕ คน การเปลี่ยนตัวในแต่ละเที่ยวทำได้เที่ยวละไม่เกิน ๕ คน ทั้งนี้ให้ผู้ควบคุมทีมประจำเรือแจ้งให้คณะกรรมการปล่อยเรือทราบ เรือที่เข้าแข่งขันทุกลำต้องถึงจุดเริ่มต้น (จุดปล่อยเรือ) ก่อนเวลาที่กำหนดแข่งขันในรอบนั้น หากไปช้ากว่ากำหนดเกิน ๑๕ นาทีถือว่าสละสิทธิ์จะปรับแพ้ในรอบนั้นได้ ก่อนการได้ยินสัญญาณ ณ จุดเริ่มต้นฝีพายทุกคนยกพายให้พ้นผิวน้ำ ยกเว้นนายท้ายเรือให้ใช้พายคัดท้ายเรือบังคับเรือให้หยุดนิ่ง และจะต้องวิ่งในลู่ของตน หากวิ่งผิดลู่หรือสายน้ำถือว่าผิดกติกาให้ปรับเป็นแพ้ในเที่ยวนั้น เรือที่เข้าถึงเส้นชัยก่อนลำอื่นโดยถือหัวเรือสุดเป็นการชนะการแข่งขันใน เที่ยวนั้น การแข่งขันแบ่งเป็น ๔ …

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีแห่นางกระดาน

สงกรานต์เป็นประเพณีขึ้นปีใหม่แบบเก่าของไทยซึ่งตรงกับเวลาที่ดวงอาทิตย์ย่างเข้าสู่ราศี เมษ กำหนดตามสุริยคติ ตกวันที่ 13-14-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ มีคุณค่าต่อสังคม ครอบครัว ศาสนา วัฒนธรรม ที่ควรค่าแก่การสานต่อเพื่อคงไว้ซึ่งประเพณีที่ดีงาม สำหรับนครศรีธรรมราชมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น หมายถึงความงดงามที่แฝงไปด้วยคติความเชื่อ อารยธรรมโบราณที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า “วันเจ้าเมืองเก่า” เป็นวันส่งเจ้าเมืองเก่า เจ้าที่เจ้าทาง ชาวเมืองคอนจะทำความสะอาดบ้านเรือน จากนั้นร่วมอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาประดิษฐานที่สนามหน้าเมือง ให้ประชาชนได้สักการบูชา สรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนวันที่ 14 เมษายน เรียกว่า “วันว่าง” เชื่อกันว่าเจ้าเมืองยังสถิตอยู่บนสวรรค์ ประชาชนจะร่วมกันทำบุญแล้วนำอาหาร เครื่องบูชา ไปเคารพผู้อาวุโส พระสงฆ์ ถือโอกาสนี้รดน้ำขอพร วันนี้จะมีการละเล่นพื้นบ้านอย่างสนุกสนาน วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศกเรียกว่า “วันรับเจ้าเมืองใหม่” เชื่อกันว่าเจ้าเมืองที่ได้รับมอบให้คุ้มครองเมืองต่างๆ ลงมาประจำเมือง ชาวเมืองจึงเตรียมต้อนรับด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ แล้วนำอาหารไปถวายพระที่วัด นครศรีธรรมราชมีรูปแบบแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ เพราะเมืองคอนเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม มีพระบรมธาตุเจดีย์ เป็นปูชนียสถานสำคัญ คู่บ้านคู่เมือง มีพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญเมือง ชาวนครศรีธรรมราช สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ในวันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ ด้านศาสนาพราหมณ์นั้น …

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก : ไม่กำหนดแน่ชัด ความสำคัญของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว การก่อพระเจดีย์ทรายเป็นประเพณีที่ชาวไผ่ดำ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ได้กระทำสืบทอดกันมาแต อดีตกาล วัตถุประสงค์เพื่อนำเอาทรายมาใช้ทำสาธารณประโยชน์ในวัด ส่วนการก่อพระทรายข้าวเปลือก เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของชาวไผ่ดำ ที่นำเอาผลผลิตจากอาชีพการทำนา คือ ข้าวเปลือก มาก่อเป็นเจดีย์แทนทราย พิธีกรรมของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว การก่อพระเจดีย์ทรายเนื่องจากสภาพท้องถิ่นของหมู่บ้านไผ่ดำ เป็นที่ราบน้ำท่วมถึงจึงทำให้ไม่มีทรายอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเลย การก่อพระเจดีย์ทรายของชาวไผ่ดำ จึงเปลี่ยนจากการขนทรายมาเป็นการซื้อทรายจากทางวัด ซึ่งที่วัดไผ่ดำจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อน ว่าจะมีการการก่อพระเจดีย์ทรายในวันพระไหน เมื่อถึงวันกำหนดประชาชนก็จะไปทำบุญและก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน จากนั้นก็มีการประกวดความสวยงามของพระเจดีย์ ว่าใครตกแต่งได้ดีกว่ากัน การก่อพระทรายข้าวเปลือก ก็มีวิธีดำเนินการเช่นเดียวกัน คือ นัดวัน เมื่อถึงวันกำหนดชาวบ้านก็จะนำข้าวเปลือกใส่กระบุงไปวัด แล้วเอาไปเทกองรวมกันในที่วัดจัดไว้เป็นพระเจดีย์ ควบคู่ไปกับการทำบุญ ข้าวเปลือกที่ได้ทางวัดจะนำไปขาย เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยมาใช้จ่ายในการทำนุบำรุงศาสนสถานของวัดต่อไป สาระของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว การก่อพระทรายข้าวเปลือก เป็นการทำบุญศาสนาของชาวบ้านด้วยการนำผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ มาร่วมกันบริจาคเพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการพัฒนา อีกทั้งสร้างนิสัยด้านการบริจาค ความสามัคคีแก่ผู้คนในชุมชน ที่มา ประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก : ขอบคุณข้อมูลจาก ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/  

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า : ขึ้น ๑๔ และ ๑๕ ค่ำ เดือนเก้า ของภาคเหนือ (หรือเดือนเจ็ด ของภาคกลาง) ประมาณเดือนมิถุนายน (หรือปลายเดือนพฤษภาคม) ความสำคัญของประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิธีกรรมของประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า วันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ คณะศรัทธาวัดต่างจัดริ้วขบวนต่างๆประกอบด้วยผ้าสบง ต้นเงิน จีวร ธงและบั้งไฟประจำคณะแห่ไปยังวัดพระบรมธาตุ ตำบลกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เมื่อเดินทางถึงวัดจะมีพิธีถวายผ้าสบง จีวร ต้นเงิน และเริ่มพิธีบวงสรวงเทพยดา เข้าทรงเจ้าต่างๆ มีการร้องรำทำเพลง ภาคค่ำมีมหรสพสมโภช วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ มีการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นเริ่มประกวดการจุดบั้งไฟ สาระของประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า เพื่อบวงสรวงและบูชาเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอพรให้ปกป้องรักษาคุ้มครองให้บ้านเมืองมีความร่มเย็น บังเกิดความสุขความเจริญแก่ประชาชนทั้งปวง ที่มาประเพณีไทย ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

Read More »

พิธีกรรม มัดตราสัง

พิธีกรรมมัดตราสังเป็นพิธีกรรมหนึ่งในงานศพ ซึ่งเราอาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าพิธีกรรมคืออะไร ความเชื่อเกี่ยวกับพิธีนี้มีอะไรบ้าง และทำไมจึงต้องมีพิธีกรรมนี้ด้วย โปรดติดตามชมวิดีโอต่อไปนี้      

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีสารทเดือนสิบ

  ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีสารทเดือนสิบ : ระยะเวลาของการประกอบพิธีสารทเดือนสิบมีขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำถึงแรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ แต่วันที่ชาวนครศรีธรรมราชนิยมทำบุญคือวันแรม ๑๓-๑๕ ค่ำ ความสำคัญของประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นความเชื่อของพุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราช ที่เชื่อว่าบรรพบุรุษอันได้แก่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หากทำความชั่วจะตกนรกกลายเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ทรมานในอเวจี ต้องอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้แต่ละปีมายังชีพ ดังนั้นในวันแรม ๑ ค่ำเดือนสิบ คนบาปทั้งหลายที่เรียกว่าเปรตจึงถูกปล่อยตัวกลับมายังโลกมนุษย์เพื่อมาขอ ส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง และจะกลับไปนรกในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ ในโอกาสนี้เองลูกหลานและผู้ยังมีชีวิตอยู่จึงนำอาหารไปทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที พิธีกรรมของประเพณีสารทเดือนสิบ พิธีกรรมของประเพณีสารทเดือนสิบ มีดังนี้ ๑. การจัดหฺมฺรับ เริ่มในวันแรม ๑๓ ค่ำ ชาวบ้านจะเตรียมซื้ออาหารแห้ง พืชผักที่เก็บไว้ได้นาน ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิต ประจำวัน และขนมที่เป็นสัญลักษณ์ของสารทเดือนสิบ จัดเตรียมใส่หฺมฺรับ การจัดหฺมฺรับ คือ การบรรจุและประดับด้วยสิ่งของ อาหาร ขนมเดือนสิบลงในภาชนะที่เตรียมไว้ เช่น ถาด กาละมัง เข่ง กระเชอ เป็นต้น ชั้นล่างสุดบรรจุอาหารแห้ง …

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี

ช่วงเวลาที่จัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี : :ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม – ๓ เมษายน ของทุกปี ความสำคัญของประเพณีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี เป็นงานประจำปีของจังหวัดซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ ๒๓ มีนาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นเวลาที่ ท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม) ได้รับชัยชนะจากข้าศึก เพราะวันที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๖๙ คือวันที่เจ้าอนุวงศ์ยกทัพออกจากเมืองนครราชสีมา จึงเป็นงานประเพณีทำให้ระลึกถึงความกล้าหาญในวีรกรรมครั้งนั้น นอกจากนี้ในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้าน จัดนิทรรศการของหน่วยราชการและภาคเอกชน รวมทั้งกิจกรรมบันเทิงที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน พิธีกรรมของประเพณีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี พิธีกรรมที่จัดขึ้นในงามที่จัดขึ้นในงานของท้าวสุรนารี เริ่มต้นครั้งแรกใน ปี พุทธศักราช ๒๔๗๗ มีการบวงสรวงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พิธีจุดพลุสี่มุมเมือง นอกจากนี้ในอดีตเคยมีการจัดการแสดงละครเรื่องวีรกรรมท้าวสุรนารี ให้เป็นกิจกรรมหลักของงานเพื่อให้ผู้ร่วมงานระลึกถึงความกล้าหาญในวีรกรรม ครั้งนั้น สาระของประเพณีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี กิจกรรมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พลเมือง เป็นแบบอย่างให้กับพลเมืองได้ตระหนักถึงบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นปูชนีย บุคคล ที่มาประเพณีไทย ประเพณีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง : ช่วงเวลา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ความสำคัญของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง เป็นประเพณีทอดผ้าป่าของหมู่บ้านไผ่ดำ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันทำบุญเนื่องในวันลอยกระทง พิธีกรรมของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง ในตอนบ่ายของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ชาวบ้านจะนำเรือออกเรี่ยไรสิ่งของต่าง ๆ เพื่อร่วมกันทำบุญ จากนั้นนำสิ่งที่ได้มาจัดแต่งลงเรือ เรือที่นำกองผ้าป่าและสิ่งของไปทอดนี้เรียกว่า เรือองค์ผ้าป่าหรือเรือองค์ ครั้นพอค่ำหรือตอนที่พระจันทร์ขึ้นพ้นทิวไม้ก็จะยกขบวนเรือซึ่งมีทั้งเรือ พาย เรือแจว เรืออื่น ๆ ลากจูงเรือองค์ไปยังวัด และกระทำการถวายผ้าป่าที่ศาลาวัดนั้น ก่อนที่จะกลับมาทอดยังวัดไผ่ดำซึ่งเป็นวัดสุดท้ายของพิธีการ ระหว่างขากลับจะมีการแข่งขันชักเย่อเรือองค์เป็นที่สนุกสนานกลางท้องน้ำ และหลังกลับไปทอดผ้าที่วัดไผ่ดำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการแข่งเรือประลองฝีพายกันอีกครั้ง ที่หน้าวัดไผ่ดำนั่นเอง สาระของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง แก่นสารของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง คือการหากิจกรรมที่นำให้ชาวบ้านรู้จักการให้ คือบริจาคจตุปัจจัยและวัตถุต่างๆเพื่อการบุญ โดยมีการละเล่นที่สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบนั้นคือการแข่งเรือ และเป็นการชักนำให้ผู้คนในท้องถิ่นเกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันใน กิจกรรมทางสังคม ที่มาประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

Read More »

ประเพณีไทย ประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า : ทุกวันโกนของช่วงเข้าพรรษา ความสำคัญของประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า เป็นการเตรียมอาหารเพื่อนำไปถวาย(ทำบุญ)ข้าวพระพุทธในวันพระ พิธีกรรมของประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า ทางวัดได้จัดให้คณะอุบาสกที่จะหาบหาม ต้องไปวัดในวันโกนก่อนที่จะนุ่งขาวห่มขาวแล้วรับศีล ๕ ก่อนออกเดินแห่ขบวน โดยจัดรูปขบวนเดินมีฆ้อง ระฆัง นำหน้า ตามด้วยพระพุทธรูปที่อัญเชิญใส่พานมา ขบวนหาบจะมีทั้งโตกไม้ จานสำหรับใส่อาหาร ขนม ตะกร้าสำหรับใส่ผลไม้ ออกเดินทางตามเส้นทางที่กำหนด สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเงินก็จะใส่ลงในขันหรือพานพระพุทธรูป จากนั้นจะพักรับประทานอาหารว่างและถ่ายข้าวของ โดยแยกออกเป็น ๒ ประเภท คือ จตุปัจจัยที่เป็นเงิน และจตุปัจจัยที่เป็นอาหารแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน สาระของประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า ชาวไทยใหญ่ถือว่าประเพณีถวายข้าวพระพุทธในวันพระจะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ที่มาประเพณีไทย ประเพณีแล้อุ๊ป๊ะดะก่า : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

Read More »