พัฒนาความคิด

10 ข้อคิดสอนใจหญิง จากละคร เพลิงบุญ รักแบบไหนไม่ทำให้ชีวิตคู่พัง

จบลงไปแล้วสำหรับละคร เพลิงบุญ หลายคนเฝ้ารอคอยฉากสุดท้ายของเรื่อง ว่าแต่ะคนจะลงเอยกันในทิศทางไหนบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าตัวละครหลักที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้อย่าง ใจเริง ฤกษ์ พิมาลา และเทิดพันธุ์ จะต้องรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับชีวิตคู่และครอบครัวทั้งนั้น ดูละครแล้วย้อนมาดูตัว เราได้ข้อคิดอะไรกลับไปบ้าง หลังจากเรื่องนี้จบลง…. 1. พื้นฐานครอบครัว กำหนดอนาคตลูก ในละครเรื่องนี้ นอกจากจะได้เห็นพระเอก นางเอก และตัวร้าย เรายังได้เห็นพ่อแม่ของแต่ละคนด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ลูกมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไปด้วย เลี้ยงลูกอย่างมีสติ เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน พ่อแม่ใจเริง ตามใจลูกทุกอย่าง เห็นพ่อที่เป็นนักการคอรัปชั่นก็มองว่าการทำผิด เป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ จึงทำให้เป็นคนที่เอาแต่ใจ ไม่สนว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะผิดหรือถูก ขอแค่ได้อย่างที่ใจต้องการก็พอ พ่อแม่พิมาลา เป็นคนใจเย็น สอนลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช้คำหยาบ พิมาลา หรือ พิมและน้องสาว จึงเป็นคนที่ใจเย็น คิดก่อนพูด ไม่ได้พูดทุกอย่างที่คิด เป็นห่วงความรู้สึกคนรอบข้างมากๆ 2.เลือกสามีผิดคิดจนตัวตาย  ในนิทานเจ้าหญิงและเจ้าชายได้แต่งงาน แล้วจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป แต่ชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น การแต่งงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ คุณจะต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย และยังต้องเรียนรู้กันไปทุกวัน นอกจากหัวใจแล้ว ยังต้องใช้สมองมาช่วยตัดสินใจเลือกด้วย คิดให้ดี ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เพราะผู้ชายคนนี้จะมาอยู่กับเราไปตลอดชีวิต คุณโอเคใช่ไหม? 3. อย่าคิดเป็นมือที่สามใครเด็ดขาด ไม่ต้องคิดถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษก็ได้ …

Read More »

“EF” เคล็ดลับสร้างลูกให้ฉลาดสมวัย

เมื่อถึงวันที่คุณปลื้มใจที่รู้ว่ากำลังมีเจ้าตัวเล็กมาเป็นโซ่ทองคล้องใจและเติมเต็มความรักในครอบครัวให้มากขึ้น หลายๆ คนคงอดเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยว่าทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงดูลูกรักของคุณให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีอย่างสมวัย ในวันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. มีเคล็ดลับการเลี้ยงลูกด้วย EF หรือ (Executive Function) ที่เป็นส่วนช่วยพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จมาฝากกันค่ะ  EF คืออะไร?  EF (Executive Function) หรือ ทักษะการพัฒนาสมองส่วนหน้า เป็นกระบวนการที่ใช้กำกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเรียน การงาน การอยู่ร่วมกับเพื่อน การคิดสร้างสรรค์ และการจัดการทุกด้านตลอดชีวิต เรียกได้ว่า EF เป็นการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาความฉลาดทางเชาว์ปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)  EF ยิ่งเริ่มไว ยิ่งได้เปรียบ  EF เป็นพื้นฐานนิสัยดีที่สร้างสรรค์ที่จะติดตัวเด็กไปจนโต เนื่องจากเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพัฒนากับการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ ตั้งแต่วัยทารกจวบจนวัยทำงาน 25 ปี แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการพัฒนาคือช่วง 3-6 ปีแรกของชีวิต  3 กลุ่มทักษะพัฒนา EF ที่ควรปลูกฝังสม่ำเสมอ  เพื่อการพัฒนาลูกน้อยให้คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น EF จึงถูกจัดออกเป็น 3 กลุ่มทักษะที่เชื่อมโยงกัน มีองค์ประกอบ 9 ด้าน ดังนี้ 1) …

Read More »

7 เคล็ดลับ สลัด ” ตัวขี้เกียจ ” ที่กำลังเกาะหนึบตัวคุณ

7 เคล็ดลับ สลัด ” ตัวขี้เกียจ ” ที่กำลังเกาะหนึบตัวคุณ ใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ห้องหับเริ่มรกรุงรังเพราะร้างลาจากการกวาดเก็บ เริ่มหลงรักการหยุดพักก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อย ประวิงเวลาที่จะลงมือทำงานชิ้นใหญ่หรืองานที่ต้องทุ่มเทพลังมหาศาล เริ่มมีข้ออ้างกับทุกสิ่งทุกอย่างและพูด “เดี๋ยว” จนติดเป็นนิสัย อาการข้างต้นอาจเป็นสัญญาณว่า ตัวขี้เกียจ กำลังเกาะหนึบตัวคุณ Secret จะพาคุณสลัดมันออกให้ไกล Step 1 หาแรงจูงใจ สาเหตุลำดับต้นๆ ของความขี้เกียจคือการขาดแรงจูงใจ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการนึกถึงเป้าหมายของตัวเองเสมอ เช่น หากคุณต้องจัดบ้านใหม่ ก็ลองหาภาพเกี่ยวกับการแต่งห้องสวยๆ มาไว้เป็นแรงบันดาลใจ หากคุณเหนื่อยที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ก็ให้นึกถึงวันฉลองเรียนจบเข้าไว้ หากคุณท้อกับงานโปรเจคใหญ่ที่ได้รับมอบหมาย ก็ให้นึกถึงคุณประโยชน์ของงานชิ้นนั้น ว่าส่งผลดีกับคนอื่นๆ ขนาดไหน นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคนิคของ ดร.กุ๊ก-กานดา บุญโสธรสถิตย์ เจ้าของผลงานเขียน “เรียนเป็นที่โหล่ โผล่เป็นนักเรียนทุน (เมืองนอก)!” มาใช้ได้ คือหากตั้งเป้าจะทำอะไรแล้ว ต้องป่าวประกาศให้โลกรับรู้ เช่น “วันนี้ฉันจะเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ”  “ฉันจะอ่านหนังสือสอบให้จบ” การทำเช่นนี้ช่วยเป็นแรงกระตุ้นได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อไหร่ที่เริ่มขี้เกียจ คุณจะตระหนักได้ว่า มีหลายคนกำลังเฝ้ารอดูคุณอยู่ Step 2 ทำทีละอย่าง หลายคนพยายามจัดการงานทุกอย่างที่มีในมือไปพร้อมๆ กัน แม้อาจจะฟังดูเป็นเรื่องดี ที่งานทุกอย่างจะสามารถสำเร็จทันเวลาและจะได้พักผ่อนยาวๆ รวดเดียว แต่การทำเช่นนี้อาจส่งผลให้งานผิดพลาดได้ง่าย แถมยังสูบพลังงานชีวิตไปอย่างมหาศาล …

Read More »

10 เทคนิค ทำชีวิตเปลี่ยน แค่รู้จักปรับปรุงตัวเอง

เทคนิค ปรับปรุงตัวเอง ง่ายๆ ที่สามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ เรื่องง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้แรงลงมือทำมาก แต่กลับมอบผลลัพธ์ที่ดีให้ชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่รู้จัก มองตัวเอง และ ปรับปรุงตัวเอง ให้ดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสม หัดเป็นคนวางแผนก่อนลงมือ การใช้ชีวิตให้ดำเนินอยู่ในรูปแบบของคนที่มีการวางแผนอยู่เสมอ จะเป็นวิธีที่สามารถช่วยเสริมสร้างความรอบครอบ และช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้ โดยเฉพาะ การลงมือทำงานใหญ่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายจากความผิดพลาดได้อย่างมหาศาล ดังนั้น การวางแผนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ภาพลักษณ์ของตัวคุณเองดูน่าเชื่อถือจากสายตาของบุคคลภายนอก อย่าทำอะไรตามใจตัวเองเกินไป การทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการช่วยเพิ่มความสุขและความสบายใจให้เกิดขึ้นได้ แต่การสร้างความสุขที่ดี จำเป็นจะต้องไม่ทำให้คนรอบข้างหรือผู้อื่นเดือดร้อน และไม่ควรทำอะไร ที่เรียกได้ว่าตามใจตัวเองมากจน “เกินขอบเขตุ” ที่เหมาะสมไป มิเช่นนั้น อาจกลายเป็นว่า คุณคือ คนที่กำลังมีความสุข แต่ดันยืนอยู่บน ‘ความทุกข์ของคนอื่น’ หยุดเป็นคนที่คิดแล้วทำเลย ในบางครั้ง ก่อนที่จะลงมือทำอะไรบางอย่าง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้สมเหตุสมผล และไตร่ตรองให้ดีถึงผลลัพธ์ของการกระทำ หากมัวแต่คิดอะไรได้ แล้วลงมือทำเลยทันที ไม่ได้ผ่านกระบวนความคิดที่รอบครอบก่อน อาจทำให้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ว่าดี ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองก็เป็นไปได้ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ชีวิตแย่ลง คนเราทุกคนต่างก็ย่อมรู้ดีกันอยู่แล้วว่า สิ่งไหนบ้างที่สามารถเรียกได้ว่าดี หรือ สิ่งไหนบ้างที่หากหลีกเลี่ยงได้ ก็สมควรที่จะหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้น ลองลด ละ เลิก พฤติกรรมที่บั่นทอนชีวิต …

Read More »

เคล็ดลับ `สร้างสุขครอบครัวไทย`

ความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากคนในครอบครัวมีความสัมพันธ์กันมากพอ ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะจับมือกันก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาการเรียน ปัญหาเรื่องเพื่อน ปัญหาที่ทำงาน เป็นต้น ซึ่ง ‘วัยเด็ก’ เป็นรากฐานที่สำคัญของการเจริญเติบโตสู่ช่วงวัยต่างๆ ที่พ่อแม่และผู้ปกครองควรปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี และเป็นแบบอย่างของพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตให้ลูก เพื่อเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นนี้ให้แตกหน่อและเติบโตอย่างงดงาม แต่เพียงการอบรม สอนสั่ง และปลูกฝังอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ด้วยช่องว่างระหว่างวัยและโลกทัศน์ที่เปลี่ยนไประหว่างวัยพ่อแม่และลูกหลาน ซึ่งต้องการความเข้าใจ การปรับตัว และความประนีประนอมในการดูแลซึ่งกันและกัน ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงรวบรวมเคล็ดลับเติมเต็มความสุขของครอบครัวมานำเสนอเป็นตัวอย่างแนวทางให้ครอบครัวไทยนำไปปรับใช้ในยุค 4 จี หรือ ยุค 4.0 เพื่อเป็นการเติมเต็มความรักและความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ “4 ย. เคล็ดลับเติมรักให้ครอบครัว” จากคู่มือ 4 ย.เคล็ดลับเติมความสุขชีวิตคู่ โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แนะนำไว้ว่า ย.ยืดหยุ่น : รู้จักอดทนอดกลั้น รู้จักให้และรับที่เหมาะสม เรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง เพื่อความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘บ้านเปี่ยมรัก…สร้างจากความรักและความเข้าใจ’ ย.ยกย่อง : หมั่นใช้คำพูดที่อ่อนหวานไพเราะ ห่วงใย ให้กำลังใจซึ่งออกมาจากใจบนพื้นฐานของสติปัญญาและความรัก เป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างไร ย.ยืนหยัด : …

Read More »

9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถตัดสิ่งที่มารบกวนจิตใจได้ 4.ออกกำลังสมอง ร่างกายต้องการการออกกำลังกายเพื่อให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม สมองก็เช่นเดียวกัน การท้าทายสมองให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวันจะช่วยเพิ่มความสามารถและทำให้ฉลาดขึ้น น้อง ๆ สามารถฝึกสมองได้ด้วยหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโซโดกุ ปริศนาตามหน้าหนังสือพิมพ์ เกมกระดาน และปริศนาคำทาย กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงของสมอง ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ พัฒนาความสามารถในการมองเห็นให้มองได้หลายมุมมอง …

Read More »

6 วิธี รับมือปัญหากายใจจากการใช้โซเชียล

ปัญหากายใจป่วยจากการใช้โซเชียล ป้องกัน ก่อนร่างกายและจิตใจป่วย สำหรับคนที่ชอบ ติดสังคมออนไลน์ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ปิด งด ลดใช้ บ้าง!!! ลองทำสิจ๊ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา ในโลกออนไลน์ที่มีการหลั่งไหลของข้อมูลอย่างรวดเร็ว และมหาศาล ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนไปหมด วันแต่ละวันผ่านไปไวอย่างเหลือเชื่อ และความเร็วของมันนี่เองอาจทำให้ใครหลายคน ที่ใช้เวลากับโซเชียลเน็ตเวิร์คมากเกินไปเดือดร้อนได้ ทั้งสุขภาพที่อดหลับอดนอน ความเครียดจากการรับรู้ข้อมูล หรืออยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในโลกออนไลน์ เราจึงอยากแนะนำทริค ในการอยู่กับเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างชาญฉลาด หากนำไปทำตามได้จะเกิดผลดีกับตัวเองมากทีเดียว ลองดูค่ะ ปิดโทรศัพท์มือถือบ้าง ลองหยุดการสื่อสารด้วยการปิดโทรศัพท์มือถือดูบ้าง แม้เพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง จะช่วยให้เป็นอิสระและเป็นนายของตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อคนเราเป็นอิสระย่อมคิด และตัดสินใจได้อย่างเต็มที่และถูกต้อง งดรับข่าวสารในบางวัน เพราะหลายครั้งข่าวในอินเทอร์เน็ตทำให้เราหดหู่ใจ เพราะอาจเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง ทั้งทางพฤติกรรม และวาจา ในทางจิตวิทยาถือว่า อาจทำให้ชาชินกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น จนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา และทำให้จิตใต้สำนึกสะสมข้อมูลแย่ๆ เอาไว้โดยเปล่าประโยชน์ ออกกำลังกายสมองเสียหน่อย สมองเป็นอวัยวะที่ต้องมีการฝึกฝนอยู่เสมอจึงจะว่องไว ไม่หลงลืมก่อนวัยอันควร การอ่านหนังสือ จะทำให้สมองมีการทำงานมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการดูโทรทัศน์ ที่สมองทำงานเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะการอ่านหนังสือต้องอาศัยการคิด จินตนาการ การตีความ และประมวลความเข้าใจ ใช้ประโยชน์จากความเงียบ หัดตัวเองให้เคยชินกับความเงียบดูบ้าง หากอยู่ในบ้านก็ลองปิด …

Read More »

เคล็ดไม่ลับอยู่แบบ’สูงวัย’ ‘5ความสุข’ใช้ชีวิตยุค4.0

ไทยเตรียมแผน 5 ปี รับมือ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิต-จิตเวช ผู้สูงวัยจะปรับตัวอยู่อย่างพอดี-มีคุณค่าในยุค 4.0 อย่างไร? มาหาคำตอบกัน รู้หรือไม่ว่าในปี 59 ประเทศไทยของเรา มีผู้สูงอายุจำนวนสูงถึง 10.7 ล้านคน และก็มีการคาดการณ์ว่าเพียงอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว!! โดยล่าสุดภายในงานวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชผู้สูงอายุ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “ความพึงพอใจ ในชีวิตผู้สูงอายุไทย ยุค Thailand 4.0” มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ผู้สูงอายุจะรับมือ และอยู่อย่างไรในยุค 4.0” น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรโลกที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยอีก 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่บุคคลมีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและสมองย่อมเสื่อมถอยลง ความสามารถในการทำงานย่อมลดน้อยลงไป รวมทั้งอาจมีข้อจำกัดในการปรับตัว ส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการดำรงชีวิต ความพึงพอใจในชีวิตลดลง นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี …

Read More »

10 เทคนิคเรียน ให้เป็นคนเรียนเก่ง

พื่อนๆ หลายคนคงเคยเจอกับปัญหา เรียนไม่เก่ง หัวไม่ดี กันมาทั้งนั้น แต่!เราจะมีวิธีแก้ไขมันยังไง ทำให้เราเป็นคนเรียนดี เรียนเก่งได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากเพื่อนๆ มีความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จจริงๆ อย่าไปคิดว่าเราเป็นคนเรียนไม่ดี เรียนไม่เก่ง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราท้อ และล้มเลิกความตั้งใตในการเรียน หรือจะทำสิ่งต่างๆก็ตาม ให้จำไว้ว่าคนเรียนเก่งนั้น มันต้องเริ่มจากตัวเรา ถ้าเราขยัน หมั่นอ่านหนังสือทุกวัน ซึ่งไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องอ่านทีละเยอะๆ อ่านนานๆ แค่เรารู้จักแบ่งเวลา จัดตารางอ่านหนังสือ แค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วที่เราจะสามารถกลายเป็นคนเรียนเก่ง ^^ ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมาดู 10 เทคนิคเรียน ให้เป็นคนเรียนเก่ง เทคนิคเรียน : 1. คนเรียนเก่ง แบ่งเวลาเป็น เคล็ดลับข้อแรก ถึงแม้ว่าเราจะชอบเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง ฯลฯ ขอแค่เราแบ่งเวลาให้เป็น เวลาไหนเล่นก็เล่น เวลาไหนเรียนก็เรียน จะเล่นวันละกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่ขอเจียดเวลามาเรียนนอกเหนือจากในห้องเรียนสักวันละ 30 นาที 1 ชั่วโมงก็พอแล้ว (เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องก็ได้) ทำง่ายๆแต่ได้ผลชงัดนัก เทคนิคเรียน : 2. คนเรียนเก่ง ทบทวนล่วงหน้า-หลังเรียน เข้าหัวไม่ต้องจำ เชื่อว่าข้อนี้ถูกใจคนขี้เกียจจำไม่น้อย (นายติวฟรีเองก็ด้วย หึหึ) …

Read More »

9 สัญญาณ ที่ต้องคิดให้ดี ก่อนเริ่มต้นความสัมพันธ์ กับใครสักคน!!

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ กับใครสักคนนั้น เราอยากให้คุณลองถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ที่ใช่” สำหรับคุณ มันเป็นยังไง เพราะในทุกความสัมพันธ์นั้น มันมีสัญญาณที่จะบอกแนวโน้มว่ากำลังไปถูกทางหรือหลงทาง ดังนั้นเราลองมาดู 9 สัญญาณ ที่คุณๆ ไม่ควรมองข้าม เมื่อกำลังเริ่มต้นสานสัมพันธ์กันดีกว่าค่ะ 1. เขาไม่แนะนำคุณให้เพื่อนๆ รู้จัก เมื่อคุณเริ่มต้นความสัมพันธ์ไปสักระยะหนึ่งแล้ว ลองสังเกตดูว่า เขาพาคุณไปรู้จักกับกลุ่มเพื่อนของเขามั้ย หรือว่ามีข้ออ้างนู่นนี่ที่จะไม่พาไป แบบนี้อาจหมายความว่าเขาอาจจะยังไม่ได้อยากจริงจังกับคุณ หรือไม่ก็ไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว เขาจะได้ไปแฮงค์เอ้าท์ตามประสาชายโสดได้เหมือนเดิม 2. เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ คนที่ติดโซเชียลหรือติดเทคโนโลยีมากไปก็ไม่ดีที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วย จริงมะ? เพราะเวลาที่เจอกันเขาก็เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์จนไม่สนใจคุณที่อยู่ตรงหน้าเลย ซึ่งแตกต่างเวลาคุยกันผ่านโทรศัพท์ซะเหลือเกิน นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เห็นความสำคัญของเวลาที่อยู่ร่วมกันและไม่โฟกัสที่คุณเลย ก็ลองคิดดูแล้วกันว่าใครกันนะที่อยู่ใต้โทรศัพท์ของเขา แม่? เพื่อน? ที่ทำให้เขาวางโทรศัพท์ไม่ลงขนาดนั้น ถ้าเจอแบบนี้ก็ระวังเอาไว้ให้ดีเถอค่ะ 3. มองวีรกรรมแย่ๆ เป็นเรื่องเท่ หากเขายอมเล่าประสบการณ์ร้ายๆ ที่เคยผ่านมาให้กับคุณได้ฟังนั้น นับเป็นสัญญาณที่ดีว่า เขากำลังเปิดใจให้คุณ แต่ถ้าเขาสามารถเล่าเรื่องแย่ๆ ที่ตัวเองเคยทำไว้ เช่น การนอกใจ การข่มขู่หรือการทำร้ายร่างกายคนอื่น ได้อย่างภาคภูมิใจ แบบนี้เห็นทีต้องพิจารณาหนักๆ หน่อยแล้วล่ะว่า ควรจะเดินหน้าดีหรือเปล่า 4. ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ จริงอยู่ว่าการตัดสินใจในบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทุกครั้งไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาไม่ค่อยยอมตัดสินใจหรือออกความคิดเห็นออกมาเอง มัวแต่ชอบถามแม่ถามเพื่อนก่อน หรือชอบตอบว่า แล้วแต่คุณเลย! …

Read More »