สมุนไพรไทย

เคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทย

ดอกแคดับพิษร้อนถอนพิษไข้แถมยังกินอร่อยดีมีประโยชน์

ดอกแคดับพิษร้อนถอนพิษไข้แถมยังกินอร่อยดีมีประโยชน์ แคสมุนไพรพื้นบ้าน มีทั้งแคขาว แคแดง มีถิ่นกำเนิดทางเกาะเมอริเชียส อินเดียใต้และทวีปออสเตรเลีย แถบเหนือ มาปลูกไทยเมื่อไหร่ไม่ปรากฏ แต่นิยมปลผุกเป็นพืชสวนครัวรั้วกินได้มานาน มีประโยชน์แถมอร่อยดีอีกต่างหาก ต้นแคเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ปลูกง่ายไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากนัก โตไว แต่กิ่งหักเปราะง่าย ที่บ้านผู้เขียนก็ปลูกค่ะ ปีเดียวดอกแคเต็มต้น ไม่ต้องไปซื้อหาจากตลาดเก็บกินได้ปลอดสารพิษอีกด้วย เปลือกต้นสีเทา มีรอยขรุขระ ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อยขนาดเล็กเรียงเป็นคู่ 10-30 คู่ ใบย่อยแต่ละใบยาวไม่เท่ากัน โดยมากมีขนาดยาว 3-5 เซนติเมตร กว้าง 5-14 เซนติเมตร ตัวใบรูปขอบขนานเรียว ปลายใบมนหรือเว้า มีติ่งเล็กน้อย ผิวใบอาจมีขนเล็กน้อยหรือผิวเกลี้ยง ดอกมีลักษณะคล้ายดอกถั่วเป็นช่อ ออกที่ซอกใบ แต่ละช่อมี 2-4 ดอก มีทั้งชนิดสีขาวและสีแดง ดอกยาว 6-10 เซนติเมตร ผลเป็นฝักแบนยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร ปลายฝักแหลม ภายในมีเมล็ด 15-50 เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกตัวออกมา ประโยชน์ทางยา ใช้ทั้งเปลือกต้นสดและแห้ง ยอดอ่อน ดอกแค เปลือกต้นรสขมฝาด แก้อาการท้องร่วง ท้องเดินที่ไม่ใช่จากบิดหรืออหิวาตกโรค ยอดอ่อน ใบอ่อน …

Read More »

นอนไม่หลับกินข้าวไม่อร่อยลองขี้เหล็กสักนิด

นอนไม่หลับกินข้าวไม่อร่อยลองขี้เหล็กสักนิด ขี้เหล็กสมุนไพรพื้นบ้าน พบเห็นได้ตามข้างทางทั่วไป เนื่องจากปลูกแล้วโตไว เนื้อไม้ของขี้เหล็กก็เอามาสร้างบ้านได้ เป็นเฟอร์นิเจอร์ก็เยี่ยม สารพัดประโยชน์จิงๆ ขี้เหล็กบ้าน ขี้เหล็กเผือก ยะหา (ปัตตานี) ขี้เหล็กจิหรี่ (ใต้) ผักจี้ลี้ (แม่ฮ่องสอน) เป็นไม้ที่ได้รับความนิยม ต้นขี้เหล็กมีลักษณะเป็นไม้ยอดพุ่มแคบทึบสีเขียวเข้ม เปลือกต้นสีเทาปนน้ำตาล มีรอยแตกตามยาวของลำต้นเป็นร่องตื้นๆ ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อยประมาณ 10 คู่ รูปเรียว โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดเว้าเล็กน้อย ท้องใบสีซีดกว่าหน้าใบ และมีขนเล็กน้อย ใบอ่อนมีสีน้ำตาลอมเขียว ดอกออกเป็นช่อใหญ่สีเหลืองที่ตามปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมีมากกว่า 10 ดอก ร่วงง่าย ผลเป็นฝักแบนหนาสีน้ำตาลคล้ำ มีเมล็ดอยู่ภายในหลายเมล็ด ประโยชน์ทางยา ใช้ทั้ง ใบ ดอก แก่น ฝัก เปลือกฝัก เปลือกต้น กระพี้ ทั้ง 5 ด่างไม้ ใบมีรสขม สรรพคุณถ่ายพรรดึก ถ่ายกษัย ถ่ายพิษไข้ พิษเสมหะ แก้สะอึก ขับปัสสาวะ แก้ระดูขาว แก้นิ่ว ตำพอกแก้เหน็บชา แก้บวม …

Read More »

บำรุงผิวผุดผ่องแก้ผื่นคันด้วยขมิ้นชันสมุนไพรไทยพื้นบ้าน

บำรุงผิวผุดผ่องแก้ผื่นคันด้วยขมิ้นชันสมุนไพรไทยพื้นบ้าน พืชสมุนไพรตัวนี้ได้รับความนิยมจากสาวๆในปัจจุบันอันเนื่องด้วยสรรพคุณทาแล้วหน้าผุดผ่อง ผิวสีเหลืองดั่งทองทา งามสรรพงามทุกส่วนด้วยขมิ้นชัน ขมิ้นชัน ขมิ้นแกง ขมิ้นหยวก ขี้มิ้น ตายอ (กะเหรี่ยง กำแพงเพชร) แล้วแต่จะเรียก ที่แน่ๆ สรรพคุณมากมายเหลือคณานับ ขมิ้นเป็นพวกไม้ลงหัวเหมือนขิงหรือว่าน ฤดูแล้งใบจะโทรม ย่างฤดูฝนจะเริ่มแตกใบ เหง้ามีลักษณะอ้วนสั้น เมื่อผ่าดูเนื้อในจะมีสีเหลือง ลำต้นโผล่จากพื้นดินสูงประมาณ 60-90 เซ็นติเมตร ใบที่แทงขึ้นมาจากเหง้ารวมกันเป็นกอ ใบขมิ้นมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบแหลมคล้ายใบพุทธรักษา ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเหลือง มีก้านแทงขึ้นมาจากเหง้าโดยตรง ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ประโยชน์ทางยา ใช้เหง้าสดและแห้ง รสฝาด แก้ไข้เบื่อดี เพ้อคลั่ง แก้ไข้เรื้อรัง ผอมเหลือง แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะโลหิต แก้ท้องร่วง สมานแผล แก้ธาตุพิการ ผื่นคัน ขับกลิ่นและสิ่งสกปรกในร่างกาย คุมธาตุ แก้ท้องร่วง หยอดตาแก้บวม ตาแดง ขับลม คุณลักษณะที่เด่นๆของขมิ้นชันน่าจะเป็นรักษาโรคกระเพาะ ท้องอืดท้องเฟ้อ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขับน้ำดี โดยเฉพาะบำรุงผิว น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของสาวไทยได้เป็นอย่างดี สมัยผู้เขียนยังเด็ก แม่เล่าให้ฟังว่ายายเอาขมิ้นทาผิวให้ทุกวันหลังจากอาบน้ำ ถึงว่าผู้เขียนผิวเหลืองสวยดั่งทาทอง ลองทำตามดูนะคะ ประโยชน์ทางอาหาร …

Read More »

กลิ่นปากดับได้ด้วยกานพลูสมุนไพรมหัศจรรย์

กานพลูสมุนไพรมหัศจรรย์ กานพลูเพียงดอกเล็กๆ แต่มีสรรพคุณทางสมุนไพรไทยมากมายนัก กานพลูมีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย มาเลเซียและอินเดีย โดยถิ่นตามภูมิศาสตร์ที่เกิดของกานพลูนี้จำกัดมาก โดยเฉพาะอยู่ในหมู่เกาะโมลุกกะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเรียกว่า เกาะกานพลู (Clove Island) กว่าจะได้กานพลูมาไม่ใช่เรื่องง่าย กานพลูชาวยุโรปรู้จักมาตั้งสมัยสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ 11 ก่อนที่ชาวโปรตุเกสจะมาพบหมู่เกาะโมลุกกะ ต่อมาชาวฮอลันดาได้เข้ายึดครองหมู่เกาะนี้ โดยได้ทำลายต้นกานพลูไปเป็นจำนวนมาก ให้เหลือเพียงสองเกาะเพื่อจะได้ควบคุมได้ง่าย แต่ก็มีชาวฝรั่งเศสลักลอบเอาไปปลูกที่อินเดีย เกาะสุมาตรา แซนซิบาร์ และเกาะเพมบาในประเทศแทนซาเนีย ส่วนในเมืองไทยมีคนเอามาปลูกในจังหวัดจันทบุรีเป็นครั้งแรก จะเห็นได้ว่ากานพลูเป็นพืชที่มีแต่คนหมายปองอยากจะครอบครองเสียจริงๆ กานพลูเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีรูปทรงคล้ายปีระมิดไม่ผลัดใบ มีใบเขียวตลอด ดอกสวยงาม ออกต่อเนื่องกันไปตลอดปี ลำต้นเป็นไม้นื้อแข็ง หุ้มด้วยเปลือกเรียบสีเทา ขอบใบริมนอกขนานกัน สอบแคบลงมาตอนจะถุงก้านใบเรียวแหลมทั้งหลายและโคนของใบ ขอบใบเรียบแต่เว้าเป็นคลื่น มีเส้นใบขนานหลายเส้นที่ข้างๆ ของเส้นใหญ่กลางใบ เนื้อใบแข็งสีเขียวเป็นเงามัน เมื่อขยี้ดมจะมีกลิ่นหอมแรง ดอกช่อมักออกที่ปลายยอด ดอกอยู่ในช่อก้านยาว กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง มีสีแดงกระจายเชื่อมติดต่อกันเป็นรูปท่อ ผลสดรูปไข่กลับแกมรูปรีสีแดงเข้ม สรรพคุณทางยา เถามีสรรพคุณแก้หืด เปลือกต้นแก้ปวดท้อง ขับลม ใบแก้สะอึก แก้ปวด ดอกแก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย ขับลม ฟอกโลหิต ขับเสมหะ แก้หืด แก้ไอ แก้ปวดฟัน น้ำมันมีสรรพคุณสารพัดประโยชน์ขับลม แก้ปวดท้อง แก้ไอ …

Read More »

กล้วยลดน้ำตาลในเลือดบำรุงร่างกายแก้ท้องเสียไม่กินไม่ได้แล้ว

กล้วยลดน้ำตาลในเลือดบำรุงร่างกายแก้ทอ้งเสียไม่กินไม่ได้แล้ว กล้วยผลไม้คู่บ้านคู่คนไทย กินกันตั้งแต่เด็กทารกจนคนชรา กล้วยมีอยู่สองกลุ่ม กล้วยที่แตกกอมีหน่อ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยตานี กล้วยป่า เป็นต้น และกล้วยไม่แตกกอ เช่น กล้วยผา กล้วยนวล เป็นต้น ในเมืองไทยมีกล้วยกว่า 300 สายพันธุ์ กล้วยเป็นพืชล้มลุกสารพัดประโยชน์ เป็นทั้งพืชอาหาร พืชใช้สอยและพืชสมุนไพรไทย ลำต้นสูงตั้งตรง ส่วนที่อยู่บนดินรูปร่างกลมมีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวขนาดใหญ่ ผิวใบด้านบนเรียบเป็นมัน ท้องใบสีนวล เส้นกลางใบใหญ่และแข็ง ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ลักษณะห้อยหัวลง ยาว 1-2 ศอก สีแดงคล้ำ เรียกว่า ปลี ดอกย่อยออกเป็นแผง เมื่อเป็นผลจะติดกันเป็นแผงเรียกว่า หวี หวีหนึ่งๆ มีประมาณ 10 กว่าผล ผลกลมยาว เนื้อในสีเหลือง ขนาดและรูปร่างขึ้นอยู่กับพันธุ์ หวีเรียงซ้อนกันหลายหวีและติดกันที่แกนกลางเรียกว่า เครือ ประโยชน์ทางยา กล้วยสารพัดประโยชน์ แทบทุกส่วนสามารถนำมาทำเป็นอาหาร สมุนไพรไทยและใช้สอยได้เกือบหมด ส่วนที่ใช้เป็นยาคือ ยาง ผลดิบ ผลสุก หัวปลี ใบ ราก …

Read More »

แต่งกลิ่นกลบคาวบำรุงธาตุขับลมท้องอืดท้องเฟ้ออย่าลืมกะเพรา

แต่งกลิ่นกลบคาวบำรุงธาตุขับลมท้องอืดท้องเฟ้ออย่าลืมกะเพรา กะเพรามีชื่อเรียกมากหลาย ทั้งกะเพราขน กะเพราบ้าน ก้อมก้อ ก้อมก้อดง ก้อมก้อดำ ห่อกวนซู ห่อตูปลู (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) อิ่มคิมหลำ (ไทใหญ่ แม่ฮ่องสอน) ตามคัมภีร์ของชาวอินเดียและชาวเนปาล เชื่อกันว่ากะเพราคือตัวแทนของพระลักษมี ชายาของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ จึงถือว่ากะเพราเป็นพืชที่ควรบูชา ทุกบ้านจึงปลูกกะเพราเพื่อใช้ในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ ในธรรมเนียมปฏิบัติของชาวฮินดู จะหยอดน้ำจากแม่น้ำคงคา 2-3 หยด และน้ำคั้นจากกะเพราลงในปากผู้ที่กำลังจะตาย เพื่อให้ผู้ตายจากไปอย่างสงบ กะเพราเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม โคนต้นที่แก่เป็นไม้เนื้อแข็ง ยอดเป็นไม้เนื้ออ่อน มีขนอ่อนปกคลุมทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรียาว ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นซี่ฟัน ปลายใบแหลม เนื้อใบบางและนุ่ม ขยี้ดมมีกลิ่นหอมฉุน ดอกออกรวมกันเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกย่อยติดแกนรอบ แกนช่อเป็นชั้นๆ สำหรับกะเพราที่พบในเมืองไทยมีสองพันธุ์คือ กระเพราขาวมีลำต้นและใบสีเขียว กลีบดอกสีขาว และกะเพราแดงมีลำต้นและใบสีม่วงแดง ดอกสีขาวหรือขาวปนม่วงแดง ต้นและใบมีขนาดใหญ่กว่ากะเพราขาวเล็กน้อย ประโยชน์ทางยา ใช้ใบสดหรือแห้ง รากและต้น สรรพคุณมากมายดังนี้ ใบ รสเผ็ดร้อน บำรุงไฟธาตุ ขับลมทำให้เรอ แก้จุกเสียด แก้คลื่นเหียนอาเจียน รากและต้น รสเผ็ดร้อน บำรุงธาตุ แก้ไข้สันนิบาต …

Read More »

กระเทียมยาอายุวัฒนะและสมุนไพรไทยคู่ครัว

กระเทียมยาอายุวัฒนะและสมุนไพรไทยคู่ครัว กระเทียมเป็นสมุนไพรควบคู่กับอาหารไทยมาช้านาน อาหารไทยขาดกระเทียมจะเหมือนขาดความอร่อยไปเลยทีเดียว กระเทียมเรียกได้หลายชื่อ จะเรียกกระเทียม หอมเตียม หัวเทียม หอมขาวหรือปะเซ้วา(ภาษากะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) ก็ตามแต่จะเรียก กระเทียมเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กสูงประมาณ 40 เซนติเมตร อายุหลายปี มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-4 เซนติเมตร หัวประกอบด้วยหัวเล็กๆหลายหัวอยู่รวมกัน แต่ละหัวมีเยื่อบางๆ สีขาวหรืออมชมพูหุ้มอยู่ 3-4 ชั้น ลอกออกได้ เนื้อในหัวมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นแรง ใบเป็นใบเดี่ยวสีเข้ม ยาวและแบน ปลายใบแหลม ดอกสีขาวอมเขียวหรืออมชมพูม่วง ออกรวมกันเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อที่ออกมาจากหัวใต้ดิน กระเทียมมีหลากหลายพันธ์ุ แต่ละพันธุ์มีขนาดหัวและความรุนแรงของกลิ่นไม่เท่ากัน พันธุ์ศรีสะเกษเปลือกหนา กลีบเล็ก แต่ฉุนกว่าพันธ์ุเชียงใหม่ ซึ่งมีเปลือกบางกลีบใหญ่ เป็นสมุนไพรไทยที่กลิ่นแรงจัดจ้านจริงๆ ประโยชน์ทางยา ส่วนที่ใช้เป็นยาคือ หัวใต้ดิน และควรเก็บเมื่ออายุครบ 100 วันขึ้นไป สรรพคุณในทางยา เป็นยาครอบจักรวาล เริ่มจากใบ รสร้อนฉุน ทำให้เสมหะแห้ง กระจายโลหิต แก้ปวดมวนในท้อง ส่วนหัวน่าจะเป็นส่วนที่สรรพคุณมากมาย รสร้อนฉุน แก้ไอ แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้แผลเน่าเนื้อร้าย บำรุงธาตุ ขับโลหิตระดู …

Read More »

ลดไขมันบำรุงกำลังด้วยกระเจี๊ยบแดง

ลดไขมันบำรุงกำลังด้วยกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบแดงมีชื่อเรียกได้หลากหลายทั้งกระเจี๊ยบเปรี้ยว กระเจี๊ยบ แกงแดง ส้มปู ส้มตะเลงเครง ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มพอดี เป็นต้น กระเจี๊ยบที่ปลูกตามพื้นบ้านโดยทั่วไปเป็นกระเจี๊ยบแดง เป็นพืชล้มลุกปีเดียว สูงประมาณ 1 -2 เมตร ลำต้นตั้งตรง ผิวเรียบ สีแดงอมม่วง กิ่งก้านสีม่วงแดง ใบเดี่ยวรูปรีแหลม ขอบใบเรียบเป็นมัน บางครั้งมีหยักเว้าลึก 3-5 หยัก ดูเป็นแฉกๆ ใบกว้างและยางใกล้เคียงกัน ออกแบบสลับดอกเป็นดอกเดี่ยวสีชมพูหรือเหลือง กลางดอกเป็นสีแดงเลือดนก เมื่อแก่เต็มที่กลีบเลี้ยงจะติดกัน ดอกออกบริเวณซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ลูกกลมปลายยาวแหลม เนื้อหนากรอบหักง่าย ห่อหุ้มเมล็ดสีดำเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาใช้ต้องเอาผลออกเหลือเพียงกลีบเลี่ยงและกลีบประดับซึ่งมีสีแดงฉ่ำน้ำ ประโยชน์ทางยา ส่วนที่ใช้เป็นยาได้แก่ ใบ กลีบเลี้ยง ดอก เมล็ด ผล ทั้ง 5 ใบ มีรสเปรี้ยว กัดเสมหะ ทำให้โลหิตไหลเวียนดี ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ตำพอกฝี ต้มชะบาดแผล กลีบเลี้ยง รสเปรี้ยว ขับปัสสาวะ แก้เสมหะ ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ …

Read More »

กระชายดำบำรุงสมรรถภาพชายและบำรุงผิวพรรณ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการบำรุงสมรรถภาพท่านชายและบำรุงผิวพรรณสตรีให้สดใสด้วยกระชายดำ กระชายดำเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดินขนาดเล็ก รากสะสมอาหารมีลักษณะเป็นปุ่มๆ ใบเดี่ยวเรียงสลับคล้ายกระชายธรรมดา แต่มีใบใหญ่และเขียวเข้มกว่า ใบมีกลิ่นหอม ดอกออกจากยอดช่อละหนึ่งดอก มีสีชมพูอ่อนๆ ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วงเกสรสีเหลือง กลีบประดับเชื่อมติดกัน มีลักษณะเป็นรูปท่อ และมีขน เกสรตัวผู้จะเหมือนกับกลีบดอกอับเรณูอยู่ใกล้ปลายท่อ เกสรตัวเมียมีขนาดเล็กและยาว ยอดเป็นรูปปากแตรเกลี้ยง ไม่มีขน สรรพคุณของกระชายดำ มีมากมาย เหง้ามีสรรพคุณรักษาปากเปื่อย ปากเป็นแผลขับระดู ขับปัสสาวะ รักษาบิด แก้ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ แก้โรคหัวใจ ขับประจำเดือนรักษาอาการเหน็บชา เพิ่มการไหลของน้ำนม รักษาอาการตกเลือด บำรุงกำหนัดช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้ท่านชาย บำรุงผิวพรรณสตรีให้สดใส เป็นยาเจริญอาหารกระชายดำเป็นพืชในสกุลเดียวกับเปราะหอมและเปราะป่า ส่วนกระชายที่ใช้เป็นอาหารคือ กระชายหรือกระชายเหลือง โดยทั่วไปพืชกลุ่มนี้มีสรรพคุณแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อขับลม แก้อักเสบ กระชายส่วนมาก ใช้เป็นเครื่องประกอบอาหาร เหง้าและรากใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหารแต่งสีแต่งกลิ่นและรสอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง คนไทยรู้จักนำกระชายมาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงต่าง ๆ เช่น แกงปลาดุก แกงปลาไหล แกงป่า ห่อหมก ปลาร้าหลน น้ำยาขนมจีน แต่ในทางยาสมุนไพรนั้น มีฤทธิ์เป็นยาขับก๊าซในกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้ผายลมและเรอออกมาใช้ประกอบในยาแก้ปวดท้องในโรคท้องเสีย หากใช้หัวกระชายมาปิ้งไฟให้สุกรับประทานกับน้ำปูนใสแก้บิดมวนท้อง แก้ขับถ่ายมีมูกเลือด หรือใช้ต้มรวมกับใบขัดมอน รับประทานต่างน้ำชา เป็นยาขับปัสสาวะและบำรุงกำลังคล้ายโสม เหง้าดิบใช้รับประทานสดโดยเคี้ยวแล้วดื่มน้ำตาม หรือบดเหง้าที่ตากแห้งบดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน …

Read More »

อาหารเป็นยา : ผักพื้นบ้าน อาหารเปี่ยมคุณค่า

อาหารเป็นยา : ผักพื้นบ้าน อาหารเปี่ยมคุณค่า

ผักพื้นบ้าน คือ พรรณพืชพื้นบ้านในท้องถิ่น ที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือนำมาทำเป็นของใช้สอยในครัวเรือน ผักพื้นบ้านนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร เนื่องจากมีรสยาที่หลากหลายอยู่ในผักพื้นบ้าน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย ให้ความสำคัญกับรสอาหารพื้นบ้าน ดังนี้ รสฝาด มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยสมานแผล แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุในร่างกาย เช่น ยอดมะม่วง ยอดมะกอก ยอดจิก ยอดกระโดน ฯลฯ รสหวาน มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยให้มีการดูดซึมได้ดีขึ้น ทำให้ชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เช่น เห็ด ผักหวานป่า ผักขี้หูด บวบ น้ำเต้า ฯลฯ รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณทางยา คือ แก้ท้องอืด แก้ลมจุกเสียด ขับลม บำรุงธาตุ เช่น ดอกกระทือ กระเทียม ดอกกระเจียวแดง ดีปลี พริกไทย ใบชะพลู ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย ฯลฯ รสเปรี้ยว มีสรรพคุณทางยา คือ …

Read More »