ออกกำลังกาย

4 ท่า โยคะนิ้ว ทำเพื่อสุขภาพ ทำได้ทุกวัน

โยคะนิ้ว (Mudras) ชาวอินเดียที่ฝึกฝนเชื่อว่าทุกคนล้วนมีหมอประจำตัว นั่นก็คือนิ้วทั้ง 10 !! ศาสตร์แขนงนี้มีความเกียวข้องกับการทำงานระบบภายในร่างกายให้ดีขึ้น สามารถทำได้ทุกเวลา การบริหารนิ้วจะช่วยให้สมองสดชื่น เลือดลมไหลเวียนดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการมือเท้าเย็น ปวดตึงหัวไหล่ ปวดตามข้อต่าง ๆ และช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย ระบบประสาทของมือ นิ้วมือ และสมองใหญ่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ขยับมือและนิ้ว สมองก็จะถูกกระตุ้นไปด้วย ทำให้เลือดแดงซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร และออกซิเจนไหลเวียนไปสู่สมองมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะอื่นๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกาย ทุกท่า ทำค้างไว้ 30 วินาที ท่าที่ 1 ใช้ปลายนิ้วก้อย ปลายนิ้วนาง แตะปลายนิ้วหัวแม่มือ อีกสองนิ้วที่เหลือเหยียดตรงติดกัน ???? ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยรักษาอาการทางสายตา ช่วยในการมองเห็น ท่าที่ 2 ใช้ปลายนิ้วชี้ แตะปลายนิ้วหัวแม่มือ นิ้วที่เหลือเหยียดตรง ???? ช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ สมองทำงานได้ดี ท่าที่ 3 พับนิ้วชี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดไว้ สามนิ้วเหยียดตรง ติดกัน ???? ช่วยรักษาข้ออักเสบ เกาท์ ปวดเข่า ปวดคอ และปวดหลัง ท่าที่ 4 พับนิ้วนาง …

Read More »

7 เคล็ดลับ สลัด ” ตัวขี้เกียจ ” ที่กำลังเกาะหนึบตัวคุณ

7 เคล็ดลับ สลัด ” ตัวขี้เกียจ ” ที่กำลังเกาะหนึบตัวคุณ ใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ห้องหับเริ่มรกรุงรังเพราะร้างลาจากการกวาดเก็บ เริ่มหลงรักการหยุดพักก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อย ประวิงเวลาที่จะลงมือทำงานชิ้นใหญ่หรืองานที่ต้องทุ่มเทพลังมหาศาล เริ่มมีข้ออ้างกับทุกสิ่งทุกอย่างและพูด “เดี๋ยว” จนติดเป็นนิสัย อาการข้างต้นอาจเป็นสัญญาณว่า ตัวขี้เกียจ กำลังเกาะหนึบตัวคุณ Secret จะพาคุณสลัดมันออกให้ไกล Step 1 หาแรงจูงใจ สาเหตุลำดับต้นๆ ของความขี้เกียจคือการขาดแรงจูงใจ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการนึกถึงเป้าหมายของตัวเองเสมอ เช่น หากคุณต้องจัดบ้านใหม่ ก็ลองหาภาพเกี่ยวกับการแต่งห้องสวยๆ มาไว้เป็นแรงบันดาลใจ หากคุณเหนื่อยที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ก็ให้นึกถึงวันฉลองเรียนจบเข้าไว้ หากคุณท้อกับงานโปรเจคใหญ่ที่ได้รับมอบหมาย ก็ให้นึกถึงคุณประโยชน์ของงานชิ้นนั้น ว่าส่งผลดีกับคนอื่นๆ ขนาดไหน นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคนิคของ ดร.กุ๊ก-กานดา บุญโสธรสถิตย์ เจ้าของผลงานเขียน “เรียนเป็นที่โหล่ โผล่เป็นนักเรียนทุน (เมืองนอก)!” มาใช้ได้ คือหากตั้งเป้าจะทำอะไรแล้ว ต้องป่าวประกาศให้โลกรับรู้ เช่น “วันนี้ฉันจะเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ”  “ฉันจะอ่านหนังสือสอบให้จบ” การทำเช่นนี้ช่วยเป็นแรงกระตุ้นได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อไหร่ที่เริ่มขี้เกียจ คุณจะตระหนักได้ว่า มีหลายคนกำลังเฝ้ารอดูคุณอยู่ Step 2 ทำทีละอย่าง หลายคนพยายามจัดการงานทุกอย่างที่มีในมือไปพร้อมๆ กัน แม้อาจจะฟังดูเป็นเรื่องดี ที่งานทุกอย่างจะสามารถสำเร็จทันเวลาและจะได้พักผ่อนยาวๆ รวดเดียว แต่การทำเช่นนี้อาจส่งผลให้งานผิดพลาดได้ง่าย แถมยังสูบพลังงานชีวิตไปอย่างมหาศาล …

Read More »

วิธีง่ายๆ เปลี่ยนปัญหาสายตาแย่ให้กลับมาดี

เชื่อว่าน้องๆ หลายคนมีปัญหาเรื่องสายตา ไม่ว่าจะเพราะจากการอ่านหนังสือหรือเล่นเกมบนหน้าจอคอมหรือสมาร์ทโฟนบ่อยๆ ก็ตาม แต่ถ้าเลือกได้ทุกคนก็ต้องอยากกู้วิกฤตสายตาแย่ๆ ให้กลับมาดีถูกต้องไหมคะ งั้นเรามาติดตามบทความนี้กัน วิธีง่ายๆ เปลี่ยนปัญหาสายตาแย่ให้กลับมาดี บทความนี้เป็นของคุณพิชชารัศมิ์ (marumura) โดยเธอได้พูดถึงเนื้อหาในหนังสือ ชื่อว่า  “แค่วันละ 1 นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม” ของผู้แต่ง “คนโนะ เซชิ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสายตาของญี่ปุ่นเล่าว่ามีประสบการณ์ที่ทำให้คนสายตาสั้น 600 เหลือแค่ 175 และยังช่วยบำบัดปัญหาสายตาแบบอื่น เช่น ตาแห้ง วุ้นตาเสื่อม ตาพร่า ฯลฯ คุณคนโนะบอกว่าปัจจุบันมีคนที่มีปัญหาสายตาเพิ่มมากขึ้น และอายุเฉลี่ยของคนสายตาสั้นก็น้อยลงเรื่อยๆ นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาสายตามักจะมีปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ปวดไหล่ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผิวแห้ง ซึมเศร้า ปวดเอว ฯลฯ โดยคุณคนโนะเชื่อว่าร่างกายเรามีสามารถรักษาและฟื้นฟูตัวเองได้ จึงแนะนำวิธีที่ทำให้ดวงตา และโรคออฟฟิศซินโดรมดีขึ้นซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่าทำได้จริงได้แก่ • การหายใจอย่างถูกวิธี เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอก็เพราะหายใจไม่ลึก วิธีหายใจที่ถูกต้องคือการหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกและหายใจออกทางปากให้ยาวอย่างน้อย 6 วินาทีให้ได้ประมาณ 50 ครั้งต่อวัน • การนวด การลูบ เคาะ และกดจุดรอบดวงตา บริเวณรอบๆ ดวงตา เหนือคิ้ว …

Read More »

3 กิจกรรม ทำเป็นประจำช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้

ถึงแม้ว่าภาวะสมองเสื่อมจะยังไม่เกิดขึ้น แต่เราไม่ควรละเลยที่จะป้องกัน และการป้องกันภาวะสมองเสื่อมก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วย 3 กิจกรรมที่สามารถทำได้ทุกวัน ดังนี้ 1. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การออกกำลังกายแบบแอโรบิค ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิค วันละ 30 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน 2. รักษาสุขภาพอยู่เสมอ – ควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลา – ควรมีกิจกรรมทางกาย เช่น เดินแทนการนั่งรถ ทำงานบ้าน ทำงานอดิเรกที่ชอบ – ควรมีกิจกรรมทางสังคม เช่นออกไปพบปะเพื่อนฝูง พูดคุยกับเพื่อนบ้าน – ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ – ไม่ควรสูบบุหรี่ และดื่มสุรา – ไม่ควรทำกิจกรรมที่เสี่ยงกับการบาดเจ็บทางศีรษะ – ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมากจนอ้วน 3. บริหารสมองบ่อยๆ โดยใช้ท่าบริหารดังนี้ ท่าโป้งก้อย มือขวาชูนิ้วโป้ง มือซ้ายชูนิ้วก้อย เมื่อทำได้ ให้สลับเปลี่ยนเป็นมือขวาชูนิ้วก้อย มือซ้ายชูนิ้วโป้ง …

Read More »

9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถตัดสิ่งที่มารบกวนจิตใจได้ 4.ออกกำลังสมอง ร่างกายต้องการการออกกำลังกายเพื่อให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม สมองก็เช่นเดียวกัน การท้าทายสมองให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวันจะช่วยเพิ่มความสามารถและทำให้ฉลาดขึ้น น้อง ๆ สามารถฝึกสมองได้ด้วยหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโซโดกุ ปริศนาตามหน้าหนังสือพิมพ์ เกมกระดาน และปริศนาคำทาย กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงของสมอง ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ พัฒนาความสามารถในการมองเห็นให้มองได้หลายมุมมอง …

Read More »

ปวดคอ บ่า ไหล่ มึนงง ปวดศีรษะ…4 ท่านี้เอาอยู่

วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือ ลุกขึ้นมาบริหาร 4 ท่าง่ายๆแต่ได้ผลดี แปะไว้เลย เมื่อทำต่อเนื่องอาการทุเลาแน่นอนค่ะ…เมื่อกล้ามเนื้อที่บริเวณคอ บ่า ไหล่หดเกร็ง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก อาการปวดก็ตามมา หากไม่ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ก็จะยังคงทรมานกับอาการปวด อาการนี้ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากตัวคุณเองนะคะ ที่มา สุขภาพบำบัด ศาสตร์และศิลป์แห่งการดูแลสุขภาพ

Read More »

3 ความจริงเรื่องออกกำลังกาย รู้ก่อนได้เปรียบ

เรื่องจริงของการออกกำลังกาย รู้ก่อน แข็งแรงก่อน มือใหม่อยากออกกำลังกายขึ้นหรือยัง ประโยชน์มากมายกำลังรอคุณอยู่ พร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย หลายคนคิดว่าการออกกำลังกาย เป็นเรื่องน่าเหนื่อยและแสนลำบาก แต่หากคุณรู้ความจริงเล็กๆ เหล่านี้คุณจะพบว่าโอ้ อย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ เอาล่ะ อย่าเพิ่งรีบขมวดคิ้วสงสัยกันค่ะ มาดูกันเลยว่า ความจริงที่ว่านี้จะช่วยอะไรมือใหม่สายฟิตได้บ้าง ไม่ต้องพยายามก็เกิดผลจากการวิจัยในผู้หญิง 74,000 คนเป็นเวลา 6 ปีเต็มที่อเมริกา ได้ผลสรุปว่าการเดินเฉยๆ แบบสบายๆ ไม่ต้องลงทุนเรื่องเวลา และอุปกรณ์อะไรมากมาย จะได้ประโยชน์อย่างน้อยๆ ก็คือ ช่วยลดความเสี่ยงของการตายจากหัวใจวายได้หนึ่งในสาม หรือกว่าร้อยละ 33 ทีเดียว ดังนั้น หากเพิ่งเริ่ม ลองไปวิ่งเหยาะๆ หรือเดินเร็วเพียงอาทิตย์ละ สองชั่วโมงครึ่ง (หรือวันละประมาณ 20 นาที) อย่างต่อเนื่องก็ได้ผลแล้ว No Pain, No Gain เชยไปแล้ว คำกล่าวนี้ ในบริบทของการออกกำลังกาย ต้องมีความเจ็บตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแล้ว จึงจะได้ผล แต่บทความใหม่ล่าสุดใน New England Journal of Medicine ซึ่งเป็นนิตยสารว่าด้วยการแพทย์ที่ผู้คนเชื่อถืออย่างกว้างขวาง ยืนยันว่าความเชื่อนี้ล้าสมัยไปแล้ว เพราะการออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการสร้างความรู้สึกเหนื่อยเกินเหตุ หรือต้องลำบากยากเข็ญจึงจะเรียกว่าเป็นการออกกำลังกาย แค่เลือกทำอะไรสบายๆ ที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารให้ร่างกาย ได้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบแล้ว เครื่องสวมใส่ไม่ได้จำเป็นเสมอไปหนึ่งในอุปสรรคของการออกกำลังกายคือ คิดว่าการออกกำลังกายต้องมีอุปกรณ์ ต้องมีชุด …

Read More »