อาหารเพื่อสุขภาพ

เคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับอาหาร

โรคหัวใจ ไกลห่างด้วยเมนู “รักหมดใจ”

คนเรามีหัวใจดวงเดียวที่ต้องเก็บรักษาไว้ ต้องทะนุถนอม ดูแลหวงแหนทั้งในด้านความรักความรู้สึก และการดูแลสุขภาพของ หัวใจให้แข็งแรง การดูแลหัวใจนั้นสัมพันธ์ทั้งกับสภาพจิตใจและการดูแลที่ตัวอวัยวะหัวใจ  ในทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มองว่าหัวใจมีความสัมพันธ์กับระบบของธาตุไฟและธาตุลม  ถ้าเมื่อใดธาตุไฟกำเริบ (ร้อนเกินควบคุม) ก็ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด ง่าย โมโหง่าย ใจร้อน กระวนกระวาย ร้อนอกร้อนใจ  ลุกลี้ลุกลน  และส่งผลให้ธาตุลม (ทั้งสุมนาวาตะและลมหทัยวาตะ) กำเริบ  ก็เกิดอาการหงุดหงิด วิตกกังวล กระสับกระส่าย รวมถึงนอนไม่หลับและอาจส่งผลต่อระบบความดันโลหิตผิดปกติได้  แต่ที่สำคัญคือทั้งหมดนั้นล้วนส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ การไหลเวียนโลหิต  อารมณ์แปรปรวนไม่ปกติ  จนทำให้เกิดอาการของโรคหัวใจได้  ซึ่งดิฉันมีวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันตนง่ายๆ ดังนี้ 1. ไม่นอนดึกจนเกินไป (ไม่ควรนอนเกินสี่ทุ่ม)  เนื่องจากถ้านอนหลังสี่ทุ่มจะเป็นเวลาของธาตุไฟ อาจทำให้นอนไม่หลับ รู้สึกร้อน  หงุดหงิด  หรือหลับได้ไม่สนิท  เมื่อตื่นตอนเช้าจะยังรู้สึกง่วง  สะลึมสะลือ ไม่สดชื่น บางรายมีอาการมึนงงเนื่องจากนอนไม่พอ 2. ควรดื่มน้ำอุ่นหรือนมอุ่นเล็กน้อยก่อนนอน  เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนต่างๆ ดีขึ้น  หรือจะเป็นชาเกสรดอกไม้เพื่อ ช่วยสงบประสาทและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น 3. ไม่ควรรับประทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น  เนื้อสัตว์  หรืออาหารไขมัน  หรือผักดิบ ต่างๆ มากเกินไปในมื้อเย็น  เพราะจะรบกวนระบบไฟธาตุทั้งการย่อย การเผาผลาญ และส่งผลให้ธาตุลมที่เกี่ยวกับการย่อยพัดพาได้ไม่สะดวก  ทำให้ท้องอืด  อาหารไม่ย่อยไม่สบายท้องหรือเกิดการสะสมของไขมันได้ง่าย  พอนานวันเข้าก็ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด (ท่อทางเดินของลม)  ทำให้เกิดหลอดเลือดตีบตันได้ง่ายขึ้น  โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ  หลอดเลือดสมอง ฯลฯ 4. ฝึกหายใจทำสมาธิจากการฟังเพลงบรรเลงและบริหารร่างกายในท่าเหยียดและยืดกล้ามเนื้อ การฝึกการหายใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เกิดการไหลเวียนที่ดีขึ้น  ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ อารมณ์  …

Read More »

9 อาหารช่วยต้านมะเร็ง

กรมการแพทย์ เผยโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตดับหนึ่งของคนไทยต่อเนื่อง จากการศึกษาพบว่าอาหารมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งประมาณ 30-50% แนะลดเสี่ยงด้วย 9 เคล็ดลับสู่อาหารต้านมะเร็ง           นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม รวมถึงการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด และปัจจัยจากภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันและภาวะทุพโภชนา เป็นต้น โรคมะเร็ง คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากกว่าปกติ จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติและทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อ เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดจะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น การรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกายของผู้ป่วยมะเร็ง การรักษาจะยากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและการดำเนินโรค           นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า พบว่าอาหารมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งประมาณ 30-50% โดยเฉพาะอาหารที่มีราสีเขียว-สีเหลืองขึ้น อาหารที่มีไขมันสูง …

Read More »

‘นมแม่’ พัฒนาสมองลูกอย่างไร?

ว่ากันด้วยเรื่องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งประกอบด้วยหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม ความพยายาม ความอดทน การมีแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น ความชำนาญในสิ่งนั้นๆ ฯลฯ หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม แต่ทราบหรือไม่คะว่าจุดแรกเริ่มที่จะนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จในชีวิตของมนุษย์ คือ “นมแม่” นมแม่กับการพัฒนาสมองลูกรัก พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย อธิบายเรื่องนมแม่กับการพัฒนาสมองลูกไว้ว่า นมแม่เป็นอาหารเริ่มแรกที่แม่สร้างไว้ให้ลูก จุดเริ่มต้นที่จะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จได้คือ “วางลูกไว้บนอกแม่ครึ่งชั่วโมงหลังคลอด” ซึ่งนับว่าเป็นชั่วโมงที่สำคัญสุด นอกจากนี้เมื่อตาของลูกกับแม่ประสานกัน เกิดการโอบกอด ลูกได้ดูดนมแม่ ได้ยินเสียงหัวใจของแม่หรือ สายสัมพันธ์จากการโอบกอดแนบเนื้อ (Skin to Skin Contact) ได้สร้างขึ้นเป็นสายใยแห่งความผูกพันตั้งแต่แรกเกิดนั่นคือ สื่อสัมพันธ์ที่ไปกระตุ้นสมอของลูก ที่เป็นซิแนปส์ (synapse) ซึ่งเสมือนเป็นแขนขาเชื่อมเซลล์ประสาทนับพันล้านเซลล์ โดยภายในขวบปีแรกเซลล์สมองจะเติบโตถึง 90% ดังนั้นการเรียนรู้ในวัยนี้ ไม่ว่าจะเรียนรู้จากสายตาของแม่และลูก การโอบกอด การรอคอยแม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ เมื่อลูกได้เรียนรู้การแสดงออกทางพฤติกรรมที่หลากหลาย จะยิ่งไปกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจากมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำถึงประโยชน์ของนมแม่ต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยไว้ว่า  การสัมผัสโอบกอดลูกช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ทำให้มีการแตกแขนงของโยงใยประสาทในสมองมากขึ้น อีกทั้งการ พูดคุยกับลูก มีการสื่อสารทางสายตาระหว่างแม่-ลูก และสารอาหาร เช่น DHA ในนมแม่ล้วนส่งผลต่อระดับเชาว์ปัญญาในเด็กที่กินนมแม่  จะเห็นได้จากผลการวิจัยของ Lucas A …

Read More »

โรคกระเพาะอาหาร บำบัดด้วย “โจ๊กกระเพาะหมู”

โรคกระเพาะอาหาร ในทัศนะแพทย์จีน อาจเทียบได้กับอาการปวดกระเพาะอาหาร 胃脘痛 ซึ่งมีสาเหตุใหญ่ ๆ ด้วยกัน 4 ประการ 1. การกระทบของอากาศภายนอกบริเวณท้อง เช่น ความเย็น ความชื้น ทำให้กลไกพลังติดขัด เกิดอาการปวดท้อง ระหว่างลิ้นปี่กับสะดือ (บริเวณกระเพาะ อาหาร) 2. เกิดจากอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เมื่อรับประทานเข้าสู่กระเพาะอาหาร ความเย็นทำให้พลังไม่ไหลเวียน หรืออาหารที่มีฤทธิ์ ร้อน เผ็ด อาหารมัน ทำให้เกิดความร้อนชื้นในกระเพาะอาหาร การย่อยลำเลียงติดขัด ทำให้กลไกพลังไหลเวียนไม่คล่อง 3. จากภาวะทางอารมณ์แปรปรวน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอวัยวะตับ ทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลของอวัยวะตับและกระเพาะอาหาร (肝胃不和) เป็นผลให้พลังและเลือดไหลไม่คล่อง เกิดอาการปวด 4. จากภาวะพร่องหรือระบบย่อยและดูดซึมอาหารอ่อนแอเนื่องจากความเย็นสะสมตัว หรือพลังหยาง (พลังที่ให้ความอุ่น ร้อน) ของกระเพาะอาหารลดลง ทำให้การทำงานย่อยดูดซึมอาหารลดลง เกิดอาการปวดและมีเสมหะ (ของเหลวตกค้าง) ในกระเพาะอาหาร แนวทางการรักษา ใช้หลักการไหลเวียน พลังและปรับสมดุลกระเพาะอาหารระงับการปวด กรณีแกร่ง (ร่ายกายแข็งแรงแต่มีปัจจัยก่อโรคมากระทำ) • ใช้การขับปัจจัยก่อโรค เช่น ขับความเย็นจากอาหาร อากาศหรือขับความร้อน • ปรับการไหลเวียนพลัง ปรับประสานอวัยวะตับกับกระเพาะอาหาร …

Read More »

มาอ่านฉลากโภชนาการกันเถอะ

ปัจจุบันนี้อาหารสำเร็จรูปเป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น ฉลากโภชนาการเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ได้รับสารอาหารตามความต้องการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือผู้ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคหัวใจและโรคอ้วนลงพุง เป็นต้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้ทราบถึงชนิดและปริมาณสารอาหาร ที่จะได้รับจากการบริโภคอาหารนั้นๆ และยังช่วยให้หลีกเลี่ยงสารอาหารที่ไม่ต้องการได้ เพียงแค่อ่านฉลากโภชนาการ แล้วเราจะมีวิธีการดูฉลากโภชนาการอย่างไร วันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. เรามีข้อมูลนำมาฝากกัน ฉลากโภชนาการคืออะไร ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ ซึ่งระบุชนิดและปริมาณสารอาหารของอาหารนั้นในกรอบสี่เหลี่ยมเรียกว่า “กรอบข้อมูลโภชนาการ” ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มและแบบย่อ 1.ฉลากโภชนาการแบบเต็ม เป็นฉลากที่แสดงชนิดและปริมาณสารอาหารที่สำคัญควรทราบ 15 รายการ สำหรับฉลากที่มีความสูงจำกัด สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในลักษณะแบบแนวนอนหรือแบบขวางตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ 2.ฉลากโภชนาการแบบย่อ ใช้ในกรณีที่สารอาหารตั้งแต่ 8 รายการ จากจำนวนที่กำหนดไว้ 15 รายการนั้น มีปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เต็มรูปแบบ ปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน สำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม มากกว่าปริมาณสูงสุดที่แนะนำ ดังนี้ พลังงานไม่ควรเกิน 2,000 กิโลแคลอรี น้ำตาลไม่ควรเกิน 65 …

Read More »

5 ผลไม้ที่ช่วยขับล้างของเสีย

สำหรับผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ แฝงอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีกับร่างกายและสุขภาพของเรามาก อาหารมีทั้งคุณและโทษ การรับประทานอาหารไม่สมดุลกับควาต้องการของร่างกาย รับประทานไม่ถูกวิธี หรือ อาหารที่รับประทานปนเปื้อนสารพิษ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แพ้อาหาร ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น สารพิษสะสมยังเป็นตัวการให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง ทางที่ดีควรหันมาใส่ใจดูแลอาหารการกินในชีวิตประจำวันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า การกินผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยล้างพิษ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพ ไปดูกันเลยว่า 5 ผลไม้นั้นมีอะไรกันบ้าง ที่ช่วยขับล้างพิษของเสียในร่างกายและยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของคุณดีขึ้นอีกด้วย 1. แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ดีทีสุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเพคตินในแอปเปิ้ลจะช่วยกำจัดสารพิษและป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้บูดเน่า นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเปรียบเหมือนไม้กวาดช่วยทำความสะอาดลำไส้ ทำให้ตับและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 2. สับปะรด มีเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหาร ทำให้ของเสียเป็นโปรตีนแตกตัวเร็วขึ้น สับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร และช่วยในการทำงานของต่อมไร้ท่อ 3. องุ่น ผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสารฟอกล้างให้ผิวหนัง ตับ ไต และลำไส้ นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่และพลังงานจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ในร่างกาย 4. แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เท่ากับช่วยฟอกล้างร่างกาย อีกทั้งช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต เปลือกของแตงโมอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ และที่เมล็ดยังมีวิตามินมากมาย น้ำคั้นจากเปลือกและเมล็ดแตงโม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง 5. …

Read More »

6 สูตรแก้โรคท้องผูกคนทำงาน

แก้อาการท้องผูก มา แก้อาการท้องผูก สำหรับผู้ที่ขับถ่ายยากกันค่ะ เพราะสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารประเทศสหรัฐอเมริกา (American Gastroenterological Association, AGA) ให้คำอธิบายถึงโรคท้องผูกว่า เป็นโรคในระบบทางเดินอาหารซึ่งมักพบในผู้ไม่ขับถ่ายติดต่อกันนาน 3 วัน ร่วมกับมีอาการแน่นท้องอุจจาระแข็ง และต้องอาศัยแรงเบ่งมากเวลาขับถ่าย ส่วนการขับถ่ายที่เป็นปกติจะแตกต่างกันตามความสามารถในการเคลื่อนตัวของลำไส้ในแต่ละบุคคล โดยมากมักขับถ่ายตั้งแต่วันละ 3 ครั้งถึงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อุจจาระเป็นก้อน ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป และไม่ต้องอาศัยแรงเบ่งมากก็สามารถขับถ่ายได้ง่าย เช็กพฤติกรรมคนทำงานถ่ายไม่ออก หากมนุษย์งานคนใดไม่เข้าข่ายท้องผูกตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่าเพิ่งเบาใจนะคะ เพราะคุณอาจประสบกับปัญหาเรื่องการขับถ่ายในอนาคตได้ หากมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อไปนี้ ไม่กินผัก ผลไม้ และธัญพืชในปริมาณพอเหมาะ ใยอาหารในผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกาย โดยทำหน้าที่เก็บกวาดเศษอาหารภายในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนและง่ายต่อการขับถ่าย คนทำงานที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ กินแต่ข้าวขัดขาว ขนมปังขาวขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารอื่นที่ปราศจากใยอาหาร จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคท้องผูก ดื่มน้ำน้อย น้ำมีบทบาทสำคัญช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวและเคลื่อนออกจากลำไส้ได้ง่าย หลายคนจดจ่อกับการทำงานจนลืมดื่มน้ำระหว่างวัน ทั้งต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ซึ่งมีอากาศแห้ง และดื่มกาแฟซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ขับปัสสาวะ ร่างกายจึงสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ อุจจาระจึงแข็ง และเคลื่อนตัวช้า ส่งผลให้ขับถ่ายลำบาก เครียด ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งอยู่นอกอำนาจจิตใจ โดยจะทำงานควบคุมอวัยวะภายในรวมถึงระบบขับถ่าย ดังนั้นคนทำงานที่ต้องประสบกับภาวะเครียดเป็นประจำจึงมักพบว่าเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง กลั้นอุจจาระบ่อยๆ วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้ไม่มีเวลาขับถ่ายเช่น?ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน …

Read More »

อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และบ้านหมุน หายได้ด้วยสมุนไพรมหัศจรรย์ชนิดนี้

น้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน อาการที่นอนแล้วเอียงไปมาเหมือนจะตกที่นอน. มีสมุนไพรไทยรักษาได้….คือ ต้นน้ำนมราชสีห์ ใช้ทั้งต้นชงดื่มรับรองหาย 1.ต้นน้ำนมราชสีห์ล้าง 2.ตากแดดให้เหี่ยว เอามาตัดเป็นท่อน 3.ตากจนแห้ง 4.คั่วไฟจนเหลืองเป็นชาสำหรับชงน้ำ ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ขวดแห้งๆ กระป๋องปิดสนิทเก็บไว้ชงน้ำร้อนดื่ม 5.หยิบน้ำนมราชสีห์ใส่ถ้วยกระเบื้อง หรือกาประมาณ 1 ขยุ้มมือหรือ1 หยิบมือใส่น้ำร้อนดื่มต่างน้ำ คุณแม่อายุ 80 ปี มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ชงให้ดื่ม 1 สัปดาห์ดีขึ้น โดยไม่ต้องทานยาที่แพทย์ให้มาเลย ที่มา sciencere

Read More »

10 วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง มีผักสด ๆ ไว้กินที่บ้านทุกวัน

วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง แม้พื้นที่ในบ้านจะคับแคบ แต่ก็สามารถปลูกผักสวนครัวเอาไว้กินเองได้ง่าย ๆ มีผักสด ๆ ไว้กินได้ทุกวัน แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกเยอะเลย ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง เราก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่ให้มันคล่องตัวมากยิ่งขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมวิธีปลูกผักสวนครัวในกระถางอย่างง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ ไม่ว่าพื้นที่ในบ้านและคอนโดจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ก็สามารถปลูกผักเหล่านี้เอาไว้กินเองได้ค่ะ ไม่ต้องเสียเงินซื้อให้สิ้นเปลือง เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการประหยัดค่าใช้จ่าย 1. วิธีปลูกผักชี เริ่มจากนำดินปลูกมาตากให้แห้ง แล้วเอาไปผสมกับปุ๋ยคอกที่เตรียมไว้ จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ผักชีมาบดเบา ๆ ให้แตกออกเป็น 2 ส่วน แล้วแช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมง นำมาผึ่งลมอีกครั้ง ก่อนคลุกเมล็ดกับทรายและขี้เถ้า แล้วปลูกลงในกระถาง คลุมหน้าดินด้วยฟาง ตามด้วยรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะเกินไป 2. วิธีปลูกต้นหอม ขั้นตอนแรกคือนำเปลือกถั่วลิสงบดและผสมกับดินร่วน จากนั้นนำดินใส่ในกระถางปลูก แล้วนำต้นหอมมาตัดตั้งแต่รากขึ้นไปยังลำต้นประมาณ 1.5-2 นิ้ว ให้เหลือท่อนเล็ก ๆ ก่อนปักชำลงในกระถางที่เตรียมไว้ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลังจากใบงอกแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนมารดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็พอ 3. วิธีปลูกพริก นำเมล็ดพริกไปแช่น้ำไว้ 1 วัน ผึ่งให้แห้ง แล้วหันไปผสมดินร่วน ทราย …

Read More »

สีของเปลือกกล้วย ประโยชน์ครบรส ถูกใจคนรักสุขภาพ

สีเขียวเข้ม = กล้วยดิบ เป็นกล้วยที่มีรสฝาดเพราะมีสารที่ให้ความฝาด เรียกว่า แทนนิน (Tannin) เป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคและอาหารรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้และช่วยแก้ท้องเสียได้ ** แต่กล้วยดิบนั้นไม่สามารถนำมารับประทานได้ทันที ต้องนำผลดิบไปบดเป็นผง แล้วนำมารับประทาน ครั้งละ 1 ช้อนชา 3 ครั้งก่อนอาหาร ซึ่งสามารถเพิ่มความอร่อยด้วยการผสมกับน้ำผึ้งก็ได้ค่ะ สีเขียวอ่อน = กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก (กล้วยห่าม) เปลือกกล้วยยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้ว ยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่ายและเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วยแก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วยค่ะ สีเหลือง = กล้วยสุก เปลือกกล้วยมีสีเหลืองสดพร้อมรับประทาน ซึ่งมีสารเพ็กติน  (Pectin) ที่เป็นเส้นใย ช่วยเพิ่มกากอาหารหรือ   พรีไบโอติก (Prebiotic) ทำให้สามารถขับถ่ายได้ดี ถือว่าเป็นยาระบายอ่อน ๆ ใครที่ชอบท้องผูกต้องลองทานดูนะคะ ลองรับประทานวันละ 5 – 6 ลูกดูค่ะ น่าจะช่วยได้ดี สีเหลืองเข้ม = กล้วยสุกงอม หลาย ๆ …

Read More »