อาหารเพื่อสุขภาพ

เคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับอาหาร

ทำปลาดุกไม่ให้คาว

ทำปลาดุกยังไงไม่ให้คาว …. — ต้องใช้ปลาดุกสดๆ — เมื่อแล่เอาก้างกลางออกแล้วต้องล้างด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือเจือจาง หรือน้ำปูนขาวหรือน้ำปูนแดง เพื่อกำจัดเมือกและกลิ่นคาวปลาออก — แล้วล้างน้ำอีกครั้งให้สะอาด บางคนชอบแบบไม่ทอด ก็อร่อยไปอีกแบบ แต่บางคนก็ชอบทอดก่อน การทอดปลาดุกก่อนผัดฉ่า ช่วยลดความคาวของปลาได้ ที่มา ร้านอาหารพนิดาปลาช่อน

Read More »

หวานซ่าดับร้อน ชวนก่อโรค

ทำไมหน้าร้อนเราจึงหิวน้ำบ่อย เพราะ ‘น้ำ’ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเลือด น้ำย่อย ปกติร่างกายเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 10 ถ้วย หรือ2.5 ลิตรทางเหงื่อ ลมหายใจและการขับถ่าย นอกจากน้ำแล้วร่างกายยังเสียเกลือแร่อีกด้วย โดยในฤดูร้อนการสูญเสียน้ำทางเหงื่อจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายต้องการน้ำเพื่อทดแทนสิ่งที่เสียไปมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเครื่องดื่มที่ดีและเหมาะสมกับร่างกาย คือ น้ำเปล่า เพราะในน้ำเปล่า มีส่วนช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ เพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยให้ระบบย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ไตแข็งแรง โดย 1 วันควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว มีการสำรวจพบว่า คนไทยรับประทานน้ำตาลสูงมากเฉลี่ยถึงปีละ 30 กิโลกรัมต่อคน หรือวันละ 20 ช้อนชา ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำกว่า 3 เท่าตัว ทำให้เกิดปัญหาโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น ในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปพบถึง 1 ใน 10 หรือ 5.5 ล้านคน ทำให้ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับการบริโภคน้ำตาลนั้น อยู่ที่การบริโภคไม่เกิน 37.5 กรัมต่อวันหรือ 9 ช้อนชาในเพศชาย …

Read More »

ชาเขียวกับสรรพคุณต่อสุขภาพอันน่าทึ่ง ไม่ดื่มไม่ได้แล้ว!

หากพูดถึงเครื่องดื่มชา เขียว ในนาที.. คงไม่มีใครไม่รู้จักเป็นแน่ เพราะเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง ชาวจีนและขาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มกันเป็นประจำ ยิ่งดื่มมากไม่เพียงช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณอ่อนเยาว์และมีอายุยืนได้แล้ว ยังมีประโยชน์มากมายดังที่เราจะกล่าวให้คุณได้ทราบอย่างละเอียดมากขึ้นดัง นี้แล้วค่ะ สรรพคุณและประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพ เนื่องจากชาเขียวเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยา มักนำมาชงเป็นเครื่องดื่มชากันอย่างแพร่หลาย ในด้านสรรพคุณทางยาหรือประโยชน์ของมันนั้นก็จะช่วยทำหน้าที่ล้างสารพิษออก จากร่างกาย ซึ่งถือว่าสามารถล้างลึกได้ถึงระดับเซลล์กันเลยทีเดียว ยังมีสารแคซิทิน (Catecihns) โดยเป็นสารแทนนินชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง ในผู้หญิงเรานั้นมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมกันได้ง่ายมาก และการดื่มชาเขียวนี่แหละที่ช่วยต้านมะเร็งเต้านมได้สูง นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งรุนแรงจากในเนื้อสัตว์และจากอาหารทะเลได้ดีอีกด้วย อีกทั้งมันยังต่อต้านโรคไขข้ออักเสบในผู้หญิงที่มักเป็นกันบ่อยๆ และธาตุฟลูออไรด์สูงที่พบจากชาเขียวยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับ กระดูกและฟัน ช่วยลดการเกิดแบคทีเรียภายในช่องปากจึงสามารถดื่มหลังอาหารเพื่อช่วยให้ลม หายใจสดชื่นหรือดับกลิ่นปากได้ และยังช่วยในการป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ด้วย ด้วยสรรพคุณต่างๆ เหล่านี้ นั่นเพราะชาเขียวเป็นชาที่มากด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง มันจึงให้คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพนานับประการเลยก็ว่าได้ ชาเขียวดื่มให้เป็นก็ช่วยลดน้ำหนักได้ การดื่มชาเขียวยังสามารถช่วยสาวๆ ลดน้ำหนักได้ด้วยนะคะ เพียงคุณหันมาดื่มชาเขียวแท้เป็นประจำวันละ 3 ถ้วยอยู่เสมอ สรรพคุณจากชาจะช่วยกระตุ้นให้อัตราการเผาผลาญแคลอรีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรดื่มพวกชาเขียวตามท้องตลาดที่มีน้ำตาลสูงเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้ช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลแต่อย่างใด หากกลับยิ่งจะทำให้น้ำหนักสาวๆ เพิ่มสูงขึ้นด้วยซ้ำ นอกจากนี้แล้ว ชาเชียวยังมีดีต่อสาวๆ ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ตาบวมช้ำได้ด้วย เพียงต้มน้ำชาเขียวให้เดือดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นจนเย็นจัด จากนั้นนำสำลีมาชุบวางปิดดวงตาสองข้าง 30 นาที เท่านี้ก็จะช่วยฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาและลดอาการบวมของตาสองข้างให้สดใสได้ แล้ว มีดีมากมายแบบนี้เห็นทีพากันมองข้ามกันไม่ได้แล้วนะคะสาวๆ   ที่มา http://www.thaihealthyclubs.com/ชาเขียวกับสรรพคุณต่อสุขภาพอันน่าทึ่ง-ไม่ดื่มไม่ได้แล้ว/

Read More »

7 อาหารจากธรรมชาติมากคุณค่า กินต้านความชราได้ผล

7 อาหารจากธรรมชาติมากคุณค่า กินต้านความชราได้ผล

ผักผลไม้รอบตัวเราหลายชนิด เราต่างก็ทราบกันดีใช่มั้ยคะว่ายิ่งกินยิ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น เพราะไม่เพียงทำให้ร่างกายแข็งแรง หากแต่มันยังกลายเป็นอาหารทางยาหรือมีฤทธิ์ในการต่อต้านโรคร้ายอย่างมะเร็ง ได้ด้วย นอกจากนี้ ใครที่กลัวแก่ก่อนวัย อาหารที่เราพาคุณมาทำความรู้จักล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระด้วยกันทั้ง นั้น ฉะนั้น มาดูกันนะคะว่าอาหารต้านอนุมูลอิสระที่กินแล้วชะลอความแก่ชราได้นั้นมีอะไร บ้าง 1.มะเขือเทศ ไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศหรือแม้แต่มะเขือเทศผลสดก็ตาม กลับกลายเป็นแหล่งสารอาหารของไลโคปีนสูงที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงใน การเป็นมะเร็งในอวัยวะบางชนิดและยังป้องกันโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยค่ะ 2.บล็อกโคลี สารซัลโฟราเฟนที่ได้จากบล็อกโคลีนั้นมีฤทธิ์ช่วยในการล้างสารพิษ ออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆ ดังนั้น ใครไม่อยากแก่ก่อนวัยล่ะก็ หันมากินกันเป็นประจำกันเถอะ 3.ผักใบเขียว ไม่ว่าจะเป็นผักโขมหรือผักใบเขียวต่างๆ ล้วนมีฤทธิ์ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ 11% เลยทีเดียว แถมในผักโขมนั้นยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์และเซซานติน ที่จะช่วยต่อกรกับอาการเปลี่ยนแปลงทางสายตาให้เสื่อมสภาพลง โดยเฉพาะอาการที่จะเกิดในผู้สูงอายุค่ะ 4.แอปเปิ้ล อีกหนึ่งผลไม้ที่นอกจากมีวิตามินแร่ธาตุหลายชนิดแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่กินเพื่อชะลอความแก่ชราได้อย่างแท้จริง อีกทั้งเพคตินที่มีในเปลือกยังช่วยสาวๆ กินควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผลอีกด้วยค่ะ 5.องุ่นม่วงและบลูเบอร์รี จัดว่าเป็นผลไม้ในกลุ่มที่มีสารแอนโธไซยานินสูงมากทีเดียว สำหรับสารนี้จะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง ซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในระบบส่วนความจำและสมองได้ค่ะ 6.ชาเขียว เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ด้านการป้องกันโรคหัวใจและยัง ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้สูง ดังนั้น สาวๆ ที่อายุเริ่มมากขึ้น ห้ามพลาดดื่มชาเขียวแคลอรีต่ำกันเด็ดขาด 7.ช็อกโกแลตและโกโก้ แหล่งของสารฟลาโวนอยด์ของแท้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายสูงทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยลดคอเลสเตอรอลภายในกระแสเลือดได้เป็น อย่างดีอีกด้วย ทราบกันเช่นนี้แล้ว หวังว่าคุณจะไม่พลาดการกินอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้กันอีกนะคะ อาหารใดบ้างที่เคยมองข้ามเพราะคิดว่าไร้ความสำคัญ หากทราบแล้วว่ามันมีดีเหนือกว่าที่เคยคาดคิด ถ้าหากไม่หมั่นกินบ้างก็อาจจะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ควรมี อย่างเพียงด้วยเช่นกัน …

Read More »

อาหารต้านมะเร็งเต้านม

อาหารต้านมะเร็งเต้านม

เพราะมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านม และนั่นรวมถึงการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเรามาทานอาหารต้านมะเร็งเต้านมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายกันดีกว่าค่ะ – ธัญพืช โดยเฉพาะธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น ช่วยให้ร่างกายได้รับโฟเลทซึ่งสามารถให้ผลดีต่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้ – เต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองวัน ละ 1 แก้ว สามารถให้ผลดีต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งและลดอัตราการเจริญเติบโตของเซลล์ มะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่รับประทานในปริมาณมากเกิน เพราะการได้รับถั่วเหลืองในปริมาณมากเกิน ก็สามารถส่งผลให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้นจากฤทธิ์ที่คล้ายคลึงกับฮอร์โมน เพศหญิงของถั่วเหลืองได้ – กระเทียมและหอม มีสารออร์กาโนซัลเฟอร์ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ มีกลิ่นฉุน แต่สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะกระเทียมป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันลดน้ำตาลในเลือด ต้านการเหนี่ยวนำการเกิดมะเร็งจากสารเคมี ลดการเจริญของเซลล์มะเร็ง และลดคอเรสเตอรอลได้อีกด้วย – พริก มีสรรพคุณทางยาอีก พริกคือ แคปไซซิน ซึ่งช่วยให้เซลล์มะเร็งตายได้ นอกจากพริกแล้วสารแคปไซซินยังพบได้ในพริกไทยอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีพริกเป็นส่วนประกอบจึงช่วยต้านมะเร็งได้ – ขิงและข่า ในข่ามีสารเคมีธรรมชาติที่กระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งมีหน้าที่ในการแอนติออกซิแดนท์ จึงมีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น เราควรรับประทานอาหรที่มีข่าขิงซึ่งเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับข่าก็ยังช่วย ป้องกันการเกิดมะเร็งได้ เนื่องจากขิงมีสาร 6-จินเจอรอล ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ – ขมิ้นและพริกไทยดำ สารเคมีธรรมชาติที่พบได้ในขมิ้นและพริกไทยดำ ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกที่เต้านม – ผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด และควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เช่น …

Read More »

อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy eating diet)

อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy eating diet)

ในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพนั้น เราควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และ ให้มีความหลากหลาย มีไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลต่ำและมีเส้นใยอาหารสูงตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการ เลือกบริโภคอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันและวัยของ ตนเอง ตามหลักของธงโภชนาการ สารอาหารที่ร่างกายต้องการมากกว่า 40 ชนิดตลอดชีวิตของคนเรานั้น ก็มาจากอาหารหลัก 5 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ แต่ปริมาณเท่านั้นที่แตกต่างไป เช่น สารอาหารที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในวัยสูงอายุคือโปรตีน แคลเซียม วิตามินตี วิตามินซี ธาตุเหล็ก วิตามินเอ กรดโฟลิก วิตามินบี 12 สังกะสี กากใยอาหารและ นํ้า ขณะเดียวกันอาหารที่ควรระวังคืออาหารที่มีไขมัน นอกจากจะระวังในปริมาณอาหารที่กิน ในแต่ละมื้อแล้ว ยังต้องระวังอาหารประเภทไขมันสูงและโซเดียมสูง เพราะอาหารไขมันสูงจะก่อให้เกิดโรคอ้วนและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค มะเร็ง, โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งในต่อมลูกหมาก การลดอาหารไขมันจึงมีความสำคัญในการลดน้ำหนัก และลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด ความดัน และโรคมะเร็ง ผู้ที่มีโภชนาการดี จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและลดปัญหาด้านสุขภาพและอยู่อย่างมีคุณภาพ   ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย 1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย …

Read More »

กินอาหารเพื่อสุขภาพต้านโรคความดันโลหิตสูงกันเถอะ

กินอาหารเพื่อสุขภาพต้านโรคความดันโลหิตสูงกันเถอะ

โรคภัยไข้เจ็บ ต่างๆ มักแวะมาเยี่ยมเยือนเราเสมอ หากในวัยหนุ่มสาวซึ่งระบบภูมิคุ้มกันโรคยังค่อนข้างแข็งแรงอยู่และอวัยวะภาย ในร่างกายต่างๆ ก็ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงน้อยนักที่เราจะเกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้ นอกจากบางรายจะเกิดจากพันธุกรรมที่ส่งผลให้เกิดโรคได้อย่างรวดเร็วก่อนวัย อันควร ในวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคความดันโลหิตสูงกันค่ะ เป็นโรคที่พบว่ามีผู้คนป่วยมากที่สุดและหากเกิดขึ้นแล้วเราจะรับมือดูแลตน เองอย่างไร โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารอย่างถูกหลักเพื่อรักษาโรคความดันโลหิตไปในตัว วันนี้เรามีคำตอบแล้ว มาดูกันเลยนะคะ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคที่มีผู้คนเป็นกันมากในปัจจุบัน แต่น่าเศร้าที่หลายคนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองป่วยเป็นโรคความดัน โลหิตสูง และหากปล่อยไว้เนิ่นนานจนไม่ได้รับการรักษาก็ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงของ การเป็นโรคอื่นๆ ตามมาได้ด้วย สำหรับโรคความดันโลหิตสูงนั้นเป็นโรคที่เกิดจากแรงดันภายในหลอดเลือดแดงสูง อยู่ตลอดเวลาโดยมีแรงดันค่าสูงสุด (systolic blood pressure) และแรงดันค่าต่ำสุด (diastolic blood pressure) มีค่าสูงกว่า 160/95 โรคแทรกซ้อน ผู้ที่เป็นโรความดันโลหิตสูงจะมีภาวะความดันของเลือดที่ส่งไปหล่อ เลี้ยงส่วนต่างๆ ภายในร่างกายได้อย่างไม่สม่ำเสมอ จนทำให้ผู้ป่วยมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ด้วย เช่น หลอดเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง หลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ ไตวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯหากผู้ป่วยมีภาวะรุนแรงหนักสุดก็อาจถึงขั้นทำให้เสียชีวิตแบบฉับพลันได้ เช่นเดียวกัน หลักการรักษาโรคความดันโลหิตสูงกับพฤติกรรมการกินที่ถูกต้อง ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรดูแลตนเอง โดยเริ่มจากการควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสม ควบคุมน้ำหนักให้คงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายอยู่เสมอและไม่ควรปล่อยให้ตนเองเครียดด้วย เวลาที่เราเครียดมากความเครียดนั้นจะยิ่งกระตุ้นให้ระดับความดันพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ก็ไม่ควรทำทั้งสิ้น สำหรับอาหารที่ควรจำกัดคือ อาหารรสเค็มหรือการกินเกลือซึ่งให้โซเดียมสูง …

Read More »

กินอาหารเพื่อสุขภาพให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไต

กินอาหารเพื่อสุขภาพให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไต

โรคไตเป็นโรคที่เกิดขึ้นจาก พฤติกรรมการกินโปรตีนที่มากเกินไป เพราะไตซึ่งมีหน้าที่เผาผลาญโปรตีนและขับของเสียดังกล่าวออกมาซึ่งมันจะทำ งานหนักมากยิ่งขึ้น วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าการกินอาหารเพื่อสุขภาพให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไต นั้นมีอะไรบ้าง หรือใครยังไม่ป่วยเป็นโรคไตก็สามารถคุมพฤติกรรมการกินอย่างเหมาะสมเพื่อ ป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เช่นเดียวกัน 1.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผู้ป่วยโรคไตควรกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงผักผลไม้ นมและคาร์โบไฮเดรตเพื่อสุขภาพ เนื่องจากอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการเหล่านี้จะช่วยชะลอระยะการเสื่อมของ ไตได้ 2.กินอาหารที่ให้โปรตีนน้อยลง เนื่องจากไตมีหน้าที่เผาผลาญโปรตีน หากเรากินโปรตีนมาก ไตก็จะยิ่งทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาโรคไตควรหันมากินโปรตีนน้อยลงจะดีกว่า เพื่อช่วยยืดอายุไตให้ทำงานยาวนานยิ่งขึ้น 3.จำกัดปริมาณอาหารที่ให้โซเดียม ควรกินอาหารที่ให้โซเดียมน้อยลงหรือหลีกเลี่ยงได้จะยิ่งดีมาก เช่น เครื่องปรุงรสต่างๆ และอาหารหมักดองเค็ม หันมาใช้เครื่องเทศ สมุนไพร น้ำมะนาวและน้ำตาลในการปรุงรสอาหารแทนจะดีกว่า 4.จำกัดอาหารที่ให้ฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เมล็ดพืช ไข่แดง เครื่องในสัตว์ นม โยเกิร์ต ช็อกโกแลตและเครื่องดื่มน้ำอัดลมพวกโคล่า 5.จำกัดอาหารที่ให้โพแทสเซียมสูง ได้แก่ ผักสีเขียวเข้ม ผักสีเหลือง ผลไม้ที่ให้โพแทสเซียมสูง หันมากินอาหารที่ให้โพแทสเซียมน้อยแทนและควรลวกผักให้สุกก่อนกินทุกครั้ง 6.การดื่มน้ำ ผู้ป่วยโรคไจร่างกายจะบวมน้ำมาก อีกทั้งการขับปัสสาวะในผู้ที่เป็นไตเรื้อรังนั้นจะทำงานได้น้อยลงด้วย เพื่อไม่เป็นการรบกวนการทำงานของไตหนักมากเกินไป ค่อยๆ จิบน้ำให้ได้วันละ 3-4 แก้วจะดีกว่า แต่หากไม่มีอาการบวมน้ำก็สามารถดื่มน้ำตามปกติได้ 7.รับพลังงานอย่างเพียงพอ ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไปค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะเผาผลาญมากกว่าการสร้าง สำหรับอาหารที่ให้ไขมันนั้นควรเป็นไขมันจากพืช …

Read More »

เสริม 3 สารอาหาร หยุดยั้งร้อนใน

เสริม 3 สารอาหาร หยุดยั้งร้อนใน

British Medical Journal ตีพิมพ์ผลงานวิจัยจากการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการแผลร้อนในเรื้อรัง จำนวน 130 คน พบว่า มีถึง 17.7 เปอร์เซ็นต์ที่ขาดวิตามินบี 12 โฟเลต และธาตุเหล็ก จึงทดลองรักษาผู้ป่วยโดยเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้ครบถ้วน ภายหลัง 1 ปี พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น ความถี่ของการเกิดแผลร้อนในลดลง และบางรายไม่พบแผลร้อนในอีกเลย นอกจากค้นพบว่า การขาดวิตามินบี 12 กรดโฟเลต และธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลร้อนในเรื้อรังแล้ว เมื่อตรวจเลือดของผู้ป่วยอย่างละเอียด นักวิจัยกลับพบข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ สาเหตุของการขาดวิตามินและแร่ธาตุไม่เพียงเกิดจากการกินอาหารไม่เพียงพอ แต่เกิดจากสาเหตุอื่นอีกด้วย เช่น โรคลำไส้อักเสบ (Regional Enteritis) โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Adenocarcinoma of the Caecum) กลุ่มอาการดูดซึมสารอาหารได้น้อย (Malabsorption Sysndrome) การดูดซึมของลำไส้ผิดปกติจากการแพ้โปรตีนกลูเต็นในข้าวสาลี (Gluten-induced Enteropathy) การค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แผลร้อนในเรื้อรังที่เกิดขึ้นไม่เพียงบ่งบอกถึงการขาดวิตามินและแร่ธาตุ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบทางเดินอาหารอีก ด้วย ฉะนั้นควรสำรวจตัวเองด้วยว่า กินอาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา …

Read More »

5 ผักกลิ่นฉุนที่ไม่ควรประกอบในอาหารเจ

5 ผักกลิ่นฉุนที่ไม่ควรประกอบในอาหารเจ

การกินอาหารเจเราจะต้องหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจตรงกันดีอยู่แล้วและควรกินอาหารที่ปรุงจากแป้ง เต้าหู้ ถั่วเหลือง ซีอิ๊ว ถั่วต่างๆ ตลอดจนผักหลากหลายชนิดเท่านั้นแต่ยกเว้นผักฉุน 5 ชนิดที่มีกลิ่นเหม็นคาวอย่างรุนแรง และยังมีรสชาติหนักที่มีผลกระทบต่ออารมณ์และยังทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ภายในร่างกายเราได้อีกด้วย โดยจะทำให้อวัยวะสำคัญทำงานผิดปกติได้ ซึ่งผักเหล่านี้ได้แก่… 1.พืชผักตระกูลกระเทียม ไม่ว่าจะเป็นหัวกระเทียม ต้นกระเทียมหรือแม้แต่กระเทียมที่เราปรุงอาหารปกติก็ตาม ล้วนส่งผลต่อธาตุไฟในร่างกายของเราได้ค่ะ แม้ว่าการกินกระเทียมจะเป็นอาหารบำรุงสุขภาพที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกายลงได้ แต่ขณะเดียวกัน กระเทียมนั้นก็ให้ความระคายเคืองสูง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารยิ่งเกิดแผลในกระเพาะหนักขึ้นได้ แม้กระทั่งผู้ป่วยโรคตับก็ไม่ควรบริโภคมากเช่นเดียวกัน 2.พืชตระกูลหัวหอม ตั้งแต่ต้นหอม หัวหอมใหญ่ หอมแดง ใบหอมและหอมขาว เนื่องจากหลักการแพทย์โบราณของจีนมีความเชื่อว่าหัวหอมนั้นหากกินแล้วจะส่งผลกระทบต่อธาตุน้ำได้ ทำให้ระบบการทำงานของไตมีความผิดปกติ แม้ว่าหอมแดมจะช่วยขับลม แก้ปวดประจำเดือนและบรรเทาอาการท้องอืดได้ก็ตาม แต่หากกินมากเกินไปก็ย่อมทำให้เกิดอาการหลงๆ ลืมๆ ได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดนัยน์ตาพร่ามัวตลอดจนการมีกลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์ตามมาได้ด้วย 3.หลักเกียว หรือเรียกกันอีกชื่อว่า กระเทียมโทนจีนนั่นเองค่ะ มีลักษณะคล้ายกับหัวกระเทียมที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่จะเล็กและยาวกว่า สำหรับในทางแพทย์ของจีนมีความเชื่อว่า การกินหลักเกียวนั้นจะส่งผลกระทบต่อธาตุดินภายในร่างกายค่ะ โดยจะทำเข้าไปทำลายการทำงานของม้ามได้ 4.กุยช่าย เป็นผักสีเขียวอีกชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นฉุนไม่น้อยเช่นกัน หากกินไปแล้วจะเข้าไปมีผลกระทบต่อธาตุไม้ภายในร่างกาย โดยจะเข้าไปทำลายการทำงานของตับนั่นเอง 5.ใบยาสูบ เรียกว่าทั้งยาเส้น บุหรี่และของเสพเข้าสู่ร่างกายที่ทำให้เกิดอาการมึนเมา ล้วนมีผลกระทบต่อธาตุโลหะภายในร่างกายได้ทั้งสิ้น และยังทำลายระบบการทำงานของปอดอีกด้วย ไม่น่าเชื่อกันเลยใช่มั้ยคะว่าอาหารเจที่เรากินกันนั้น ก็มีผักบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรนำมาประกอบอาหารเจกินทั้งสิ้น สำหรับผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด …

Read More »