เคล็ดลับน่ารู้

10 เทคนิคการขับรถปลอดภัยในหน้าฝน

หน้าฝนเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนลื่นอันเป็นเหตุให้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติอีกทั้งยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นของผู้ขับขี่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่เราในฐานะผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้ หากแต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุดคือต้องปรับวิธีการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาวะ เซฟ ไดรฟเวอร์ เอดูเคชั่น เป็นห่วงผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนนี้เป็นอย่างยิ่งจึงขอแนะนำวิธีปฏิบัติและเทคนิคการขับขี่ในหน้าฝนอย่างปลอดภัยดังนี้ 1. ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ เช่น ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยาง ดอกยาง แรงดันลมยาง (ลมยางที่อ่อนเกินไปและดอกยางที่มีน้อยเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการรีดน้ำลดลงจะทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่าย) 2. เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก (ถ้ามี) ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน 3. ช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ 4.ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า 5. หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น 6. เพิ่มการสังเกตุการณ์ จุดที่มีน้ำขังบนถนน ลดความเร็ว เมื่อขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจจะเกิดอาการเหินน้ำทำให้รถลื่นไถลได้ ถ้าขับมาด้วยความเร็วสูง 7. ในกรณีขับไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์ 8. ขณะที่ขับลุยน้ำท่วมขังควรปิดระบบแอร์และ ใช้เกียร์ต่ำ (เกียร์ L หรือ เกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไปน้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียได้ 9. หลังจากที่ผ่านจุดที่น้ำท่วมขังมาแล้ว ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันอาการเบรคลื่นแต่ถ้าต้องจอดรถเป็นเวลานานๆหลีกเลี่ยงการใช้เบรคมือจอดรถเพื่อป้องกันอาการเบรคติด 10. ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนในระยะ …

Read More »

สีของเปลือกกล้วย ประโยชน์ครบรส ถูกใจคนรักสุขภาพ

สีเขียวเข้ม = กล้วยดิบ เป็นกล้วยที่มีรสฝาดเพราะมีสารที่ให้ความฝาด เรียกว่า แทนนิน (Tannin) เป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคและอาหารรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้และช่วยแก้ท้องเสียได้ ** แต่กล้วยดิบนั้นไม่สามารถนำมารับประทานได้ทันที ต้องนำผลดิบไปบดเป็นผง แล้วนำมารับประทาน ครั้งละ 1 ช้อนชา 3 ครั้งก่อนอาหาร ซึ่งสามารถเพิ่มความอร่อยด้วยการผสมกับน้ำผึ้งก็ได้ค่ะ สีเขียวอ่อน = กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก (กล้วยห่าม) เปลือกกล้วยยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้ว ยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่ายและเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วยแก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วยค่ะ สีเหลือง = กล้วยสุก เปลือกกล้วยมีสีเหลืองสดพร้อมรับประทาน ซึ่งมีสารเพ็กติน  (Pectin) ที่เป็นเส้นใย ช่วยเพิ่มกากอาหารหรือ   พรีไบโอติก (Prebiotic) ทำให้สามารถขับถ่ายได้ดี ถือว่าเป็นยาระบายอ่อน ๆ ใครที่ชอบท้องผูกต้องลองทานดูนะคะ ลองรับประทานวันละ 5 – 6 ลูกดูค่ะ น่าจะช่วยได้ดี สีเหลืองเข้ม = กล้วยสุกงอม หลาย ๆ …

Read More »

จ้องพระอาทิตย์ลดอ้วนได้จริงหรือ

ในโลกโซเชียลมีเนื้อหาพูดถึงเกี่ยวกับการจ้องมองพระอาทิตย์ของสาวกลุ่มหนึ่งว่าเป็นอีก วิธีลดความอ้วน จึงเกิดความสงสัยถึงที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร Question  เจอข่าวในอินเทอร์เน็ต พูดถึงสาวฮ่องกงที่รวมตัวกันมองพระอาทิตย์หวังจะลดน้ำหนัก อ้างว่าพลังจากพระอาทิตย์จะช่วยให้ไม่รู้สึกหิวอาหารอยากทราบว่าจริงหรือไม่ Answer หากตามหลักการแพทย์แผนจีน สรรพสิ่งล้วนแบ่งออกเป็นหยิน - หยาง แสงแดดคือพลังงานหยางจากธรรมชาติที่สามารถบำรุงพลังลมปราณหยางให้แก่ร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทาน และป้องกันเชื้อโรคจากภายนอก จากข้อมูลในข่าว การยืนรับแสงอาทิตย์เฉย ๆ นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง โดยหลักปฏิบัติที่ถูกคือ การออกกำลังกายกลางแจ้ง ตากแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าโดยไม่มีกระจกกั้น ให้แดดส่องบริเวณกลางศีรษะ หลัง ตามด้วยบริเวณท้องเนื่องจากหลังมีเส้นลมปราณ ตู ที่เปรียบดั่งทะเลกักเก็บพลังงานหยาง และมีจุดสะท้อนอวัยวะภายในอีกหลายจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ ส่วนบริเวณกระหม่อม มีจุดฝังเข็ม ป่ายฮุ่ย ซึ่งมีสรรพคุณในการดึงหยางชี่ขึ้นสู่ด้านบน เมื่อให้ความอบอุ่นบริเวณท้องก็จะช่วยให้การทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารดีขึ้น ระบบการย่อยอาหารจึงดีขึ้น หลังจากตากแดดควรดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ และกินผักผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินซีเป็นการช่วยลดการเกิดฝ้าและการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ฉะนั้น การใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์เพื่อลดน้ำหนักจึงไม่ควรปฏิบัติคู่กับการอดน้ำอดอาหาร ในทางกลับกันควรกินอาหารให้ตรงเวลาและครบทั้ง 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าสำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้ม้ามและกระเพาะอาหารแข็งแรง ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีการเผาผลาญและขับถ่ายของเสียเป็นปกติค่ะ อาจารย์แพทย์จีนนภษร แสงศิวะฤทธิ์ คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และนักเขียนประจำคอลัมน์ หมอจีนประจำบ้าน ที่มา Goodlifeupdate

Read More »

ลองทำ 5 สิ่งนี้หลังเลิกงาน ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

หลังเรียนจบมา คุณก็ทำงานอย่างหนัก เพื่อปั้นอนาคตของคุณเอง บางคนอาจได้อยู่กับงานที่รัก ทำงานที่คุณรักซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เบื่อหน่าย บางคนอาจมาผิดสาย ไม่เป็นอย่างใจหวังไปสะหมด แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็นเหมือนกันคือ คุณยังมีไฟและความมุ่งมั่น ที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อพัฒนาตัวเอง เวลาหลังการทำงานนี่แหละ คือชีวิตที่แท้จริงของคุณ!! เพราะคุณสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ในการพัฒนาตนเอง และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง และคุณใช้เวลาหลังเลิกงานทำอะไรบ้างล่ะ ? ดูซีรี่เรื่องโปรด เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อน ปาร์ตี้แบบหนักหน่วง หรือนอนหลับอย่างตายอดตายยาก …คุณใช้เวลาไปกับสิ่งเหล่านี้รึเปล่า ? และหากวันนึงคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ชีวิตคุณไม่ก้าวหน้าไปไหน คุณคงโทษไม่ได้แล้วหล่ะ ว่าเป็นเพราะบริษัทไม่เคยจัดครอสเทรนนิ่งคุณ หรือส่งเสริมในการพัฒนาทักษะคุณ เพราะคุณคือผู้รับผิดชอบตัวคุณเองทั้งหมด คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง!! ย้ำกันอีกครั้ง!! เวลาหลังเลิกงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง หากคุณใช้มันอย่างมีประโยชน์ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเลยหล่ะ 1.สูตร 1 ทุ่ม – เที่ยงคืน หากคุณฝันอยากเป็นนักเขียน แต่จบสายบัญชีมา คุณก็สามารถทำบัญชีในเวลางาน และใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานในการทำงานเขียนที่คุณชอบได้ อาจเป็นบทความฟรีแลนซ์ เพื่มเพิ่มทักษะ และหารายได้ไปในตัว เริ่มเรียนรู้ทีละนิด เพิ่มทักษะทีละหน่อย สะสมไปเรื่อยๆ แล้ววันนึงมันจะเป็นสิ่งที่คุณถนัด และมีมูลค่ามหาศาลจนคุณอดตกใจไม่ได้ “เวลา 1 ทุ่ม จนถึงเที่ยงคืน เป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต คุณควรจัดสรรมันให้ดี แบ่งมันสำหรับครอบครัว เพื่อน คนรัก …

Read More »

วิธีแก้ปัญหาเปิดฝาขวดไม่ออก

เปิดฝาขวดไม่ออก ลองใช้วิธีตามคลิปดูนะคะ ที่มา Thaitrick

Read More »

9 สิ่งห้ามทำหลังกินข้าวอิ่มๆ

1. อาบน้ำหลังจากกินอาหารอิ่ม เพราะการอาบน้ำจะไปทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ย่อยอาหารได้ไม่ดี เนื่องจากการอาบน้ำมีผลกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และรบกวนบริเวณท้อง 2. กินผลไม้ตามทันที อันนี้ทำเป็นประจำ ตามความคุ้นเคย เพราะกินของคาวแล้ว ก็อยากจะมีของหวาน หรืออะไรตบท้าย ล้างปากซะหน่อย ไม่งั้นรู้สึกไม่อิ่ม แต่นี่เป็นสิ่งที่ผิด  และไม่ดีเลย เพราะเมื่ออาหารยังย่อยไม่เสร็จ แต่มีผลไม้เข้าไป ก็จะเกิดการหมักหมม ทำให้เกิดท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในกระเพาะอาหาได้ 3. อิ่มปุ๊บก็นอนปั๊บ แม้จะเป็นการนอนเล่นๆ นอนดูทีวี ก็ไม่ได้ เพราะการนอนจะทำให้ลำไส้ไม่สารถย่อยอาหารได้สะดวก และส่งผลทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้อีกด้วย 4. กินอิ่มปุ๊บทำงานปั๊บ สำหรับคนขยัน หรือเร่งรีบแข่งกับเวลาแล้ว หลังกินข้าวเสร็จก็จะรีบคว้างานมาทำต่อ แต่รู้หรือไม่ว่าการที่คุณใช้สมองคิดอะไรหนักๆ ไม่ให้สมองโปร่ง โล่ง จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและสมองได้น้อยลง จึงไม่เป็นผลดีต่อระบบสมองในระยะยาว 5. ดื่มชาหลังกินอาหาร หรือดื่มในช่วงเวลาใกล้มื้ออาหาร เพราะชามีผลทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารโดยเฉพาะธาตุเหล็ก อีกทั้งมีความเสี่ยงสูงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ 6. กินอิ่มมากจนต้องคลายเข็มขัด หลายคนสงสัยว่า “คลายเข็มขัดไม่ได้เหรอ?” เพราะการคลายเข็มขัดหลังมื้ออาหารส่งผลทำให้ลำไส้ไม่ปกติ ทำให้ลำไส้บิดตัวและอุดตันได้ 7. สูบบุหรี่หลังกินข้าวเสร็จ ปกติการสูบบุหรี่ก็ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่า บางคนเชื่อว่า สูบบุหรี่หลังกินข้าวช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วการสูบบุหรี่หลังกินข้าว ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็งมากขึ้น 8. ออกกำลังกายหลังกินข้าวทันที ข้อนี้หลายๆ คนรู้อยู่แล้ว เพราะนอกจากจะเป็นการรบกวนระบบย่อยอาหารแล้ว ยังทำให้เกิดอาการจุก อาหารไม่ย่อยอีกด้วย 9. ขับรถหลังทานข้าวอิ่มๆ ซึ่งหากขับรถในระยะทางใกล้ๆ อาจไม่รู้สึก แต่หากขับทางไกลจะรู้เลยว่า เมื่ออิ่มแล้ว หนังตาก็เริ่มหย่อน อาจเป็นอันตราย …

Read More »

ทำอย่างไรดี..เมื่อลูกจ๋าไม่อยากไปโรงเรียน

คงเป็นที่ลำบากใจของผู้ปกครองและคุณครูอยู่ไม่น้อย หากเทศกาลเปิดเทอมที่ใกล้จะถึงนี้ลูกๆ หลานๆ ของท่านมีภาวะงอแงไม่อยากไปโรงเรียนเอาดื้อๆ ภาวะงอแงในช่วงเปิดเทอมสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กระดับชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษาตอนต้น ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นอาจมาจากภาวะที่เด็กยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ ได้ดีพอ ภาวะที่ต้องเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันจากที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสู่การใช้ชีวิตในโรงเรียน ที่ต้องมีกฏระเบียบและการช่วยเหลือตนเองเพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะวิตกกังวลที่ต้องแยกจากคนใกล้ชิดที่คุ้นเคย ซึ่งหากเด็กในช่วงวัยประถมมีภาวะนี้อยู่นานหรือต่อต้านการไปโรงเรียนค่อนข้างมาก ผู้ปกครองควรหาสาเหตุอื่นที่อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้บุตรหลานของท่านเกิดภาวะดังกล่าว แต่โดยส่วนมากเด็กๆ จะสามารถปรับตัวได้เองประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังจากเปิดเทอม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเปิดภาคเรียน ทีมเว็บไซต์ สสส. ได้ขอเคล็ดลับการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าว จาก พญ.ถิรพร ตั้งจิตติพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มาฝากดังนี้ค่ะ 1. คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองควรหากิจกรรมที่มีส่วนสร้างเสริมให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น โดยกำหนดเป็นช่วงตารางเวลาและสอดแทรกกฎระเบียบลงไปเล็กน้อย เพื่อให้เขาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กละน้อย เช่นฝึกเวลาเข้านอน ตื่นนอน กินอาหาร สร้างระเบียบให้เก็บของเล่นทุกครั้งเมื่อเล่นเสร็จ วางรองเท้าให้เป็นที่ ฝึกหัดการช่วยเหลือเช็ดโต๊ะ เก็บผ้า ฝึกการเข้าสังคมด้วยการเล่นกับญาติหรือเพื่อนบ้าน รวมถึงส่งเสริมให้เล่นกีฬา 2. หากเปิดเทอมแล้วบุตรหลานมีภาวะงอแง ผู้ปกครองควรเข้าใจ ค้นหา และแก้ไขสาเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ปกครองไม่ควรโมโหหรือกังวล เพราะถ้าหากเด็กมีความรู้สึกกลัวก็จะงอแงเพิ่มขึ้น ควรสร้างความเชื่อมั่นว่าบุตรหลานของท่านสามารถปรับตัวได้ในเร็ววัน 3. ในกรณีที่พ่อแม่ไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วเด็กงอแงไม่อยากให้แยกจาก อาจลองส่งลูกๆ ให้ถึงมือคุณครูแล้วรีบกลับ ไม่ควรอยู่ยื้อหรืออยู่เฝ้า เนื่องจากเมื่อเด็กยิ่งเห็นจะยิ่งกังวลและงอแง 4. หลังจากเลิกเรียน ลองหาช่วงเวลาชวนลูกเล่าเรื่องสนุก เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน รวมถึงการชื่นชมผลงานที่เขาได้ทำ 5. ฝึกการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่าง ทั้งนี้การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายวันละ 60 นาที ยังเป็นตัวช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงภาวะโรคอ้วนสำหรับเด็กที่เนือยนิ่งหรือติดจอ รวมถึงช่วยพัฒนาการของเด็กให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายได้ในโรงเรียน อย่างโครงการโรงเรียนฉลาดเล่น  Active School ที่แบ่งสูตรการเคลื่อนไหวออกเป็น 10: …

Read More »

4 นาที ชีวิตเปลี่ยน

ในช่วงเวลาที่เร่งรีบ แต่คุณเกิดปรี๊ดปรอทแตกเผลอวีนเหวี่ยงคนรอบข้างจนร่างกายเกิดภาวะเครียดก่อนที่ความเครียดจะก่อโรคอันตราย เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร ฯลฯ ลองมาใช้วิธีที่นักจิตบำบัดชื่ออังชาวอเมริกัน แคเนียลา เทมเพสตา แนะนำ คือ ใช้ร่างกานเพื่อช่วยในการปรับสมดุลจิตใจภายมในเวลาเพียง ๔ นาที ดังนี้ 1. ขยับทั้งตัวแบบอุ่นเครื่อง เมื่อใจหงุดหงิดหรือเคร่งเครียด ภายใน ๑ นาทีแรกให้คุณลองเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกขึ้นยืน จากนั้นให้ขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยทำสีหน้าต่างๆ ไปสัก ๓-๔ แบบ สุดท้ายลองวางมือลงบนตำแหน่งเหนือหัวใจเบาๆ เพื่อช่วยให้เกิดความรู้ตัวและกลับสู่ปัจจุบันขณะอีกครั้ง 2. ยิ้มให้ตัวเอง ๓๐ วินาทีต่อมา ขอให้คุณยิ้มหวานๆ ให้ตัวเองในกระจก มีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคนซัส สหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าการยิ้มช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้ในขณะนั้นคุณไม่ได้รู้สึกสดชื่นเพียงพอที่จะยิ้มแต่วิธีนี้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทำหน้าบูดจนมีริ้วรอยบนใบหน้า 3. ท่านั่งช่วยปรับใจ อีก ๒ นาทีครึ่งที่เหลือ ให้คุณนั่งหลังตรง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การนั่งหลังตรงภายใน ๒ นาที ช่วยปรับอารมณ์ได้ เพราะส่งผลต่อฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน ซึ่งทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้นราว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้รู้สึกเครียดได้ราว ๒๕ …

Read More »

มาลองทำโบว์เก๋ๆจากริบบิ้นด้วยส้อมกันเถอะค่ะ

DIY ง่ายๆ น่ารักๆ ลองทำกันดูค่ะ ^^ โบว์ผูกของขวัญสำหรับคนพิเศษ

Read More »

เคล็ดลับความสำเร็จพร้อมเสิร์ฟ ชณา วสุวัต

คนส่วนใหญ่มักกลัวการเปลี่ยนแปลง บ้างก็หวาดกลัวผลลัพธ์ที่ยากเกินคาดเดาแต่ไม่ใช่สำหรับ คุณ ชณา วสุวัต เจ้าของแบรนด์อาหารแช่เย็น REO’s Deli “ก่อนหน้าจะมาทำธุรกิจของตัวเองผมเป็นลูกจ้างในบริษัทสหยูเนี่ยนมาก่อนมีหน้าที่ดูแลการผลิตรองเท้ายี่ห้อดีแมคเนื่องจากช่วงนั้นบริษัทยุบสายธุรกิจรองเท้าไปผมได้รับข้อเสนอให้เปลี่ยนไปทำงานในบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ร่วมทุนกับสหยูเนี่ยน บริษัทใหม่นี้อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก และเงินเดือนก็ไม่ได้ลดลงจากเดิมเลย” แม้จะมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจมารออยู่ตรงหน้า แต่เขากลับคิดแตกต่างไป นั่นคือการก้าวออกมาเริ่มต้นทำสิ่งท้าทายด้วยการสร้างแบรนด์ของตนเอง “ตอนนั้นผมคิดไม่ตรงกับนโยบายที่ทางผู้ใหญ่กำหนด ทั้งยังรู้สึกว่าการทำงานประจำเช่นนี้ทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากเท่าที่ควร เพราะผมเป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานมากเรียกว่าทำงานตลอด 7 วัน ไม่มีสมดุลงานสมดุลชีวิต ผนวกกับที่ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง ‘The Monk Who Sold His Ferrari’ของ Robin Sharma และ ‘พ่อสอนลูกให้รวย’ ของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ผมจึงตัดสินใจออกมาสร้างแบรนด์ของตนเอง” แน่นอนว่าการเริ่มต้นธุรกิจของตนเองต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย “ตอนที่ผมคิดจะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ทางครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นภรรยาลูก พ่อตา แม่ยาย ไม่มีใครเห็นด้วยสักคนผมคิดว่าพวกเขาคงกลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าผมทำงานประจำ รายได้ต่อเดือนก็จะคงที่ชีวิตมีความมั่นคง แต่ถ้าหากผมทำธุรกิจด้วยตนเอง ผมก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นมากมาย แต่ในขณะเดียวกันผมก็อยากจะพิสูจน์ว่าผมสามารถบริหารธุรกิจได้ ผมจึงเริ่มตั้งบริษัทแวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด ขึ้นมา “แต่ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด ผมจึงต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายทางอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ หรือแม้กระทั่งค่าแพ็คเกจโทรทัศน์ แต่กระนั้นเงินทุนก็ยังคงไม่เพียงพอธุรกิจแรกที่ทำคือ ขายรองเท้าเพื่อสุขภาพส่งตามโรงพยาบาล และของพรีเมียม ซึ่งมีรายได้ไม่มั่นคงนัก “เวลานั้นภรรยาของผมเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ใกล้บ้าน มีเมนูยอดฮิตอย่างผักโขมอบชีสและลาซานญ่า นอกจากทำขายที่ร้านแล้ว เราก็ทำส่งให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ นำไปขายตามร้านกาแฟและออกบู๊ธต่าง ๆ ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็ดีเกินคาด เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาทำธุรกิจด้านอาหาร และเลือกทำเป็นอาหารแช่เย็นหรือ Chilled Food ที่สะดวกต่อการรับประทาน เพราะผมเล็งเห็นว่า ในยุคปัจจุบันผู้คนต่างใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เพราะฉะนั้นอาหารการกินก็จะต้องตอบโจทย์เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ด้วย แต่กระนั้นผมก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารมากนัก จะมีก็เพียงความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้จากตอนทำงานเท่านั้นแต่ผมไม่ยอมแพ้ และคิดว่านี่คือความท้าทายอย่างหนึ่ง “ผมตั้งใจไว้ว่าจะผลิตสินค้าส่งให้กับบริษัทค้าปลีกสมัยใหม่อย่างซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อที่มีศูนย์กระจายสินค้าเอง เพื่อลดภาระด้านการจัดส่งและค่าใช้จ่ายยิบย่อยต่าง ๆ แล้วก็ทำได้จริงอย่างที่ตั้งใจไว้ ผมเริ่มผลิตสินค้าให้กับร้านสะดวกซื้ออย่างแม็กซ์แวลู โดยเสนอตัวเป็นผู้ที่จะมาเติมเต็มความต้องการด้านอาหารตะวันตกให้ผู้บริโภคซึ่งผลตอบรับดีเกินคาดจากนั้นผมจึงนำเสนอสินค้าให้ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่อย่างท็อปส์ซึ่งถือเป็นความโชคดีอย่างน่าบังเอิญครั้งหนึ่งในชีวิตผม เพราะวันที่นำสินค้าไปเสนอระหว่างที่นั่งรอฝ่ายจัดซื้อ ผมบังเอิญเห็นไอน้ำเกาะอยู่ใต้ฝาผลิตภัณฑ์ จึงให้ภรรยานำกระดาษมาเช็ดและปิดฝาผลิตภัณฑ์กลับลงไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฝ่ายจัดซื้อของทางบริษัทเดินมาพอดี และเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีไอน้ำขึ้นเหมือนกับอาหารแช่เย็นยี่ห้ออื่น เขาจึงตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเราแทบจะในทันที หลังจากนั้นผมจึงกลับมาศึกษาวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ” นอกจากจะมุ่งมั่นพยายามแล้ว คุณชณายังมีหลักการบริหารธุรกิจที่น่าสนใจอีกด้วย “ผมถือหลัก Slow and Steady คือ ช้า ๆ แต่มั่นคง ไม่เช่นนั้นธุรกิจของผมคงจะล้มไม่เป็นท่าไปนานแล้ว นอกจากนั้นผมยังมองว่าลูกค้าก็เป็นเจ้าของแบรนด์ของผมด้วยเช่นเดียวกัน พวกเขาคือผู้ที่มีส่วนช่วยในการตัดสินว่าแบรนด์ของเราจะเป็นไปในทิศทางใดผมจึงมักจะทำแบบสอบถามเพื่อสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าอยู่เสมอ และนำเอาข้อมูลที่ได้มาพัฒนาต่อไป เพราะผมมองว่าการพัฒนาสินค้าใหม่ก็เป็นอาวุธหลักของบริษัทเราเช่นกัน” เรื่องราวของคุณชณานับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ หากเรามีความมุ่งมั่น พยายามและเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความกลัวการเปลี่ยนแปลงให้เป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่มา Good Life Update

Read More »