เคล็ดลับน่ารู้

คำสารภาพของสาววัย 40 ณ จุดนี้กลัวเรื่องอะไรที่สุด

สาวๆ วัย 40 เดี๋ยวนี้มีเคล็ดลับวิธีดูแลตัวเองสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งเดิน วิ่ง โยคะ ฯลฯ เพื่อดูแลรูปร่าง ท่องเที่ยวผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากชั่วโมงการทำงานประจำ หรือหาสถานที่สงบๆ เพื่ออยู่กับใจตัวเองมากขึ้น เรียกได้ว่า เรื่องงานก็ต้องจริงจัง เรื่องดูแลตัวเองก็ต้องจัดเต็มจนตารางแน่นเอี๊ยด ถึงแม้ว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีขนาดไหน แต่พออายุย่างเข้าวัยเลข 4 ก็ต้องมีเรื่องให้กังวลใจกันอยู่บ้างล่ะ เราลองมาสำรวจดูว่า สาวๆ วัย 40 เขามีเรื่องอะไรให้กังวลใจกันบ้างนะ 1. รูปร่าง วัยนี้แล้วคงไม่เป๊ะกระชับเหมือนก่อน กินอะไรนิดๆ หน่อยๆ (อันที่จริงก็แค่หายใจเฉยๆ เองนะ) ก็พร้อมจะยืด ย้วย ขยาย (ข้าง) ต่อไปนี้คงต้องเข้าสังกัดสายเฮลท์ สายคลีน สายลีน บลาๆๆ สายไหนก็ได้ที่ไม่ทำให้อ้วน จะมากินคาวแล้วต่อด้วยหวานทุกมื้อเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว 2. ผิวพรรณ เพื่อนที่ไม่อยากรู้จักเริ่มมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนริ้วรอย เพื่อนตีนกา เพื่อนฝ้า เพื่อนกระ ฯลฯ พร้อมใจกันมาคิดถึงกันในช่วงนี้ พูดไปก็นึกเสียดายผิวพรรณวัยสาวไม่หาย ว่าแล้วก็ประโคมครีม กินอาหารบำรุงผิว และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตกันไปสิคะ รออะไร 3. ผม ที่เห็นสีขาวๆ เทาๆ …

Read More »

ภัยร้ายที่เกิดจากการ ‘ติด’ สเตียรอยด์

สเตียรอยด์เป็นชื่อคุ้นหูอยู่ว่าเป็นยารักษาโรคในทางการแพทย์ ซึ่งสรรพคุณเหมือนเป็นยาวิเศษ รักษาโรคหรือภาวะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่ที่น่ากลัวก็คือ มีการนำสเตียรอยด์มาปลอมปนในผลิตภัณฑ์ยาหรือเครื่องสำอางเพื่ออวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งการมีสเตียรอยด์อยู่ในร่างกายนานวันเข้ามีแต่ส่งผลร้าย เราจึงควรรู้เท่าทันดักจับสเตียรอยด์ให้อยู่หมัดก่อนจะเข้าถึงตัวเรา ภัยร้ายที่เกิดจากการ ‘ติด’ สเตียรอยด์ไม่สามารถสังเกตเห็นอาการผิดปกติ แต่เมื่อทานไปนานๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ 1. ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้ติดเชื้อง่าย เป็นแผลที่ผิวหนังตามร่างกาย แขน    ขา   นิ้วมือและแผลหายช้า บางรายลุกลามไปทั่วร่างกายจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิต 2. เยื่อบุกระเพาะอาหารบาง จนอาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยไม่มีอาการปวดท้องมาก่อน 3. ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในช่วงปกติได้ โดยระดับน้ำตาลจะสูงขึ้น 4. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในช่วงปกติได้ โดยความดันโลหิตจะสูงขึ้นแต่ไม่มีอาการเตือน นับเป็นภัยเงียบ 5. กระดูกพรุนและแตกหักง่าย ซึ่งเสี่ยงต่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไขกระดูก ผู้ที่อยู่ในวัยทอง    ไม่ควรใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน 6. อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อแขนขาไร้เรี่ยวแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะ 7. ต้อหิน หากใช้ยาหยอดตาที่ผสมสเตียรอยด์ หรือเป็นต้อกระจก จะทำให้ติดเชื้อที่ตาได้ง่ายอาจถึงขั้นตาบอด 8. ผิวหนังบาง หากใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกติดต่อกันนานๆ  โดยผิวหนังจะมีลักษณะเป็นมัน อักเสบมีผื่นแดง เกิดรอยแตกสีม่วงแดงตามผิวหนังที่หน้าท้องและต้นขา บางรายอาจเป็นสิวเห่อขึ้นทั้งตัว 9. คุชชิ่งซินโดรม (Cushing Syndrome) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการใช้สเตียรอยด์ในปริมาณที่มาก อาการที่สังเกตได้คือใบหน้ากลมคล้ายพระจันทร์ ไขมันพอกต้นคอ …

Read More »

เคล็ดลับ `สร้างสุขครอบครัวไทย`

ความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากคนในครอบครัวมีความสัมพันธ์กันมากพอ ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะจับมือกันก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาการเรียน ปัญหาเรื่องเพื่อน ปัญหาที่ทำงาน เป็นต้น ซึ่ง ‘วัยเด็ก’ เป็นรากฐานที่สำคัญของการเจริญเติบโตสู่ช่วงวัยต่างๆ ที่พ่อแม่และผู้ปกครองควรปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี และเป็นแบบอย่างของพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตให้ลูก เพื่อเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นนี้ให้แตกหน่อและเติบโตอย่างงดงาม แต่เพียงการอบรม สอนสั่ง และปลูกฝังอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ด้วยช่องว่างระหว่างวัยและโลกทัศน์ที่เปลี่ยนไประหว่างวัยพ่อแม่และลูกหลาน ซึ่งต้องการความเข้าใจ การปรับตัว และความประนีประนอมในการดูแลซึ่งกันและกัน ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงรวบรวมเคล็ดลับเติมเต็มความสุขของครอบครัวมานำเสนอเป็นตัวอย่างแนวทางให้ครอบครัวไทยนำไปปรับใช้ในยุค 4 จี หรือ ยุค 4.0 เพื่อเป็นการเติมเต็มความรักและความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ “4 ย. เคล็ดลับเติมรักให้ครอบครัว” จากคู่มือ 4 ย.เคล็ดลับเติมความสุขชีวิตคู่ โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แนะนำไว้ว่า ย.ยืดหยุ่น : รู้จักอดทนอดกลั้น รู้จักให้และรับที่เหมาะสม เรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง เพื่อความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘บ้านเปี่ยมรัก…สร้างจากความรักและความเข้าใจ’ ย.ยกย่อง : หมั่นใช้คำพูดที่อ่อนหวานไพเราะ ห่วงใย ให้กำลังใจซึ่งออกมาจากใจบนพื้นฐานของสติปัญญาและความรัก เป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างไร ย.ยืนหยัด : …

Read More »

เอาอย่างต่างชาติ! รวม 5 วิธีออมเงินสุดคูลจาก 5 ประเทศ

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่า ว่าในแต่ละประเทศนั้น พวกเขามีทัศนคติ ค่านิยม เกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงิน หรือการออมเงินกันอย่างไรบ้าง แตกต่างจากไทยเรามากน้อยแค่ไหนกันนะ? วันนี้ เราก็มี 5 วิธีการออมเงินสุดคูล สุดเจ๋ง จาก 5 ประเทศ มาฝาก มาดูสิว่า วิธีไหนบ้างที่น่าเอาอย่าง หรือน่าเอานำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์เราบ้าง ตามมากันเลย! อเมริกา แม้ว่าช่วงหลังๆ จากการที่ได้ประธานาธิบดิอย่างทรัมป์ ขึ้นมาคุมทิศทางของประเทศจนสร้างความไม่พอใจให้ประชาชน และทิศทางโดยรวมของเศรษฐกิจของอเมริกากำลังต้องการการฟื้นตัวเป็นอย่างมากก็ตาม แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แนวคิดในการออมเงินบางอย่างของประชากรในประเทศนั้น น่าสนใจมากๆ เราจะเห็นได้ว่า วัยรุ่นอเมริกานั้น จะเริ่มต้นหางานทำเองตั้งแต่อายุยังน้อยๆ โดยการปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ทำให้วัยรุ่นทั้งหลายรู้จักพึ่งพาตัวเอง รู้จักการเก็บออมเงินไว้ในอนาคต และวัยเกษียณ เพราะพวกเขามีค่านิยมว่า เมื่อลูกๆ โตขึ้น ก็ควรใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการตัดสินใจเรียนต่อ การใช้ชีวิต แต่ยังรวมไปถึงการใช้เงิน ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ช่วงซัมเมอร์ของเหล่าวัยรุ่นอเมริกามักทำงานพาร์ทไทม์ เก็บเงิน และส่งตัวเองเพื่อเรียนต่อเป็นหลัก ซึ่งการออมเงินของพวกเขาจะมาในรูปแบบของการลงทุน ทำธุรกิจ ต่อยอดต่างๆ (ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากบางคนเล่นหุ้นตั้งแต่อายุยังน้อยๆ หรือเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อมๆ)  โดยแบ่งส่วนเงินออมไว้ใช้สำหรับในอนาคตด้วย เยอรมนี อีกหนึ่งประเทศระดับแนวหน้าของโลก ปัจจุบันเยอรมนีนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ดี โดยหนทางการออมเงินของชาวเยอรมันนั้น พวกเขาจะเริ่มการทำประกันชีวิตและสุขภาพกันตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เพื่อให้เกิดวินัยในการออมเงินแบบบังคับตัวเองให้ได้ ส่วนการใช้จ่ายของพวกเขา ก็จะเลือกเก็บเป็นเงินออมมากถึง …

Read More »

รู้จักกับ Cyberbullying ภัยร้ายออนไลน์ ที่หนักกว่าที่คุณคิด

เรียกได้ว่าเป็นกระแสเป็นพักๆ กันเลยทีเดียว กับเรื่อง Cyberbullying แต่หลังจากที่โดนกระแสอื่นกลบลงไป หลายคนก็ยังมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวและไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร แต่คุณรู้หรือไม่ ว่า Cyberbullying นั้น สำคัญมากกว่าที่คิด ว่าแล้วก็ลองไปทำความรู้จักกันใกล้ๆ อีกสักครั้งดีกว่า Cyberbullying คืออะไร? Cyberbullying คือ การรังแกในรูปแบบใหม่ ที่เริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคดิจิตอลนี้ โดยการกลั่นแกล้งดั่งกล่าวจะไม่ใช่การลงไม้ลงมือแบบการรังแกทั่วไป แต่จะใช้เครื่องมือสื่อสาร อย่าง โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แชท หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นเครื่องมือหลักในการรังแกและกลั่นแกล้งกัน ฟังดูไม่รุนแรง ไม่มีการเลือดตกยางออก แต่การกลั่นแกล้งนี้ มีข้อเสียใหญ่หลวงอยู่หนึ่งข้อ เพราะสามารถทำได้ 24 ชั่วโมง ต่างจากสมัยก่อนที่เด็กๆ จะรังแกกันได้ในโรงเรียนหรือแบบซึ่งๆ หน้าเท่านั้น Cyberbullying เป็นการกลั่นแกล้งแบบไหนกันแน่? สำหรับการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์นั้น เราสามารถแตกประเด็นออกไปได้ 6 รูปแบบ ดังนี้ การโจมตี ขู่ทำร้าย หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโพสต์ด่าทอ พูดจาส่อเสียด ให้ร้าย หรือขู่ทำร้าย ผ่านช่องทางการสนทนา หรือโพสต์อย่างโจ่งแจ้งที่หน้าโซเชียลมีเดียของผู้ถูกกระทำ …

Read More »

9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถตัดสิ่งที่มารบกวนจิตใจได้ 4.ออกกำลังสมอง ร่างกายต้องการการออกกำลังกายเพื่อให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม สมองก็เช่นเดียวกัน การท้าทายสมองให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวันจะช่วยเพิ่มความสามารถและทำให้ฉลาดขึ้น น้อง ๆ สามารถฝึกสมองได้ด้วยหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโซโดกุ ปริศนาตามหน้าหนังสือพิมพ์ เกมกระดาน และปริศนาคำทาย กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงของสมอง ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ พัฒนาความสามารถในการมองเห็นให้มองได้หลายมุมมอง …

Read More »

คนไทย 1 ใน 3 ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเหตุพฤติกรรม “นั่งยอง-ไขว่ห้าง”

จากการศึกษาพบว่า การใช้าส้วมนั่งยองมีผลเสียต่อสุขภาพ โดยผิวข้อเข่าเสื่อม ซึ่งโรคนี้เป็นแล้งจะทุกข์ทรมาน รักษาไม่หายขาด ลุกนั่งเดินลำบาก สธ.จึงรณรงค์ให้คนไทยใช้ส้วมชนิดเป็นโถนั่ง (ส้วมห้อยขา) แทนการใช้ส้วมนั่งยอง และส่งเสริมให้มีส้วมแบบโถห้อยขาใช้ในบ้านและสถานที่สาธารณะตั้งเป้าให้บ้านเรือนส้วมชนิดเป็นโถนั่งร้อยละ 50 ในปี  2556 และครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2558  ส่วนสถานที่สาธารณะให้มีร้อยละ 90 ภายในปี 2558 โดยในปีแรกมีเป้าหมายพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน เชื้อเพลิง โรงพยาบาล และสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ด้าน ภญ.กุสุมา ไตรวิทยานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาน สยามบรมราชกุมารีกล่าวว่า จากสถิติพบคนไทย 1 ใน 3 มักจะป่วยด้วยโรคข้อ โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งพบได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้จำกัดว่าเป็นโรคเฉพาะของผู้สูงอายุแล้วเท่านั้น แต่สามารถพบได้ทุกวัย เนื่องจากโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากพฤติกรรม โดยคนทีอายุน้อยกว่า 30 ปีพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมเพียงร้อยละ 1 อายุน้อยกว่า 40 ปี พบร้อยละ 10 และอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบมากถึง ร้อยละ 50 “พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่สามารถก่อให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้นั้นมีมาก ทั้งการนั่งที่ไม่ถูกวิธี ทำให้ปวดหลังปวดไหล่ อาทิ การนั่งยอง …

Read More »

12 วิธีกำจัดคราบเครื่องสำอาง ให้ดูดีทั้งหน้ายันเครื่องแต่งกาย !

วิธีกำจัดคราบเครื่องสำอางค์บนเสื้อผ้าด้วยของใช้ที่มีอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะคราบลิปสติกที่เอาออกยาก คราบมาสคาร่ากันน้ำที่ซักไม่ออก เรามีเคล็ดลับเด็ด ๆ สำหรับกำจัดคราบเครื่องสำอางมาบอกแล้วค่ะ แม้เครื่องสำอางจะสามารถรังสรรค์ความงามให้ใบหน้าเราได้ แต่ถ้ามันอยู่ผิดที่ผิดทางเลอะเทอะอยู่บนเสื้อผ้าของเราแล้วละก็ คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมนำเอาวิธีทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางบนเสื้อผ้าด้วยของใช้ที่มีอยู่ในบ้านง่าย ๆ มาฝากกัน หากสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังปวดหัวกับการหาทางกำจัดเครื่องสำอางออกจากเสื้อผ้าอยู่ วางใจได้เลยค่ะเพราะ 12 วิธีนี้ช่วยคุณได้แน่นอน 1. สูตรน้ำสบู่ รอยจูบบนเสื้อนั้นช่างหวานฉ่ำ แต่หลังจากนั้นคือการทำความสะอาดที่น่าปวดหัว เอาอย่างนี้มาลองใช้วิธีง่าย ๆ ตามนี้เลยดีกว่า ก่อนอื่นใช้กระดาษทิชชูซับรอยลิปสติกออกไปบางส่วน พรมน้ำลงบนรอยเปื้อน จากนั้นหยดน้ำสบู่ลงไปแล้วถูเบา ๆ ทิ้งไว้ 10-15 นาที เมื่อครบกำหนดให้นำผ้าสะอาดมาซับคราบเปื้อนออก โดยซับจากรอบนอกเข้าข้างในให้สะอาดเอี่ยม แต่ถ้ารอยเปื้อนนั้นยังไม่หายไปแนะนำให้ทำซ้ำ ๆ จนกว่าจะสะอาดดังเดิม แต่ที่สำคัญห้ามแช่ผ้าทิ้งไว้กับคราบเปื้อนโดยเด็ดขาด 2. สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รองพื้นเหมาะกับการปกปิดริ้วรอยบนใบหน้า แต่ถ้ามาเลอะใส่เสื้อผ้าคงไม่น่าดูเท่าไรนัก แต่ไม่ต้องกังวลค่ะเพราะแค่นำแผ่นพลาสติกแข็ง ๆ มาขูดรองพื้นออกก่อน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำซับคราบออกซ้ำอีกครั้ง แล้วหยดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงไปประมาณ 2-3 หยด ใช้นิ้วถูให้ทั่วคราบ นำแปรงขนนุ่มมาขัดเบา ๆ ก่อนจะนำไปซักทำความสะอาดตามปกติ 3. สูตรน้ำยาล้างจาน ในส่วนของแป้งที่ผสมรองพื้นมีวิธีทำความสะอาดต่างจากรองพื้นแบบน้ำนิดหน่อย โดยการผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าให้เข้ากันดี ป้ายลงบนคราบแล้วใช้นิ้วถูวนเบา …

Read More »

สุขภาพดีด้วยน้ำพริก 4 ภาค

ถ้าพูดถึงอาหารพื้นบ้านไทยคงไม่มีไครไม่รู้จัก น้ำพริก เพราะถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการกิน เป็นกับข้าว และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากน้ำพริก ฤทธิ์เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีกำลังก็เพราะอุดมไปด้วย วิตามิน แคลเซียม และโปรตีนคุณภาพสูงหลายชนิด เพราะประกอบไปด้วย พริก หอม กระเทียม  ข่า ฯลฯ  อีกทั้งการกินผักเสริมยิ่งทำให้สบายท้อง และไม่ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยังทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี สมุนไพรในน้ำพริก 1. พริก  มีสาร แคปไซซิน มีสรรพคุณ ช่วยระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตและหัวใจ ช่วยขับเหงื่อ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ถ้ากินพริกเป็นประจำจะทำให้ระบบย่อยและการดูดซึมอาหารทำงานได้ไม่ดี แต่ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะ  จะทำให้เลือดไม่จับตัวเป็นก้อนเลือดไหลเวียนได้ดี 2.กระเทียมไทย  จัดเป็นยอดสมุนไพรชนิดหนึ่ง คุณสมบัติคือสามารถป้องกันโรคมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น วัณโรคและไทฟอยด์ โรคปอด ลำไส้อักเสบ โรคทางเดินปัสสาวะ โรคหืด โรคพยาธิในลำใส้ ไขข้ออักเสบ และโรคเกาต์ กระเทียมมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อักเสบและทำลายแบคทีเรีย โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และลดความดันโลหิตสูง 3.หอมแดง  หัวหอมเล็ก,หอมแดงไทย ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับประจำเดือน แก้ไข้ แก้หวัด …

Read More »

รักษาโรคด้วย ‘ดนตรี’ ก็ได้หรือ?

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของ “ดนตรีบำบัด” กันมาบ้างแล้ว จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า ดนตรีมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายเรื่อง ทั้งลดความเจ็บปวด ลดความเครียด นอนไม่หลับ ตลอดจนควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้เลยทีเดียว ว่าแต่ที่ว่ารักษาโรคต่างๆ ได้นั้น จะจริงหรือเท็จอย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ จากบทพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งทางด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” มีความสำคัญต่อมนุษย์มายาวนาน ทั้งในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคอริสโตเติล และเพลโต ในสมัยสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แพทย์ได้ว่าจ้างนักดนตรีมาช่วยในการรักษาฟื้นฟูสภาพกายและใจของเปล่าทหารผ่านศึก หลังจากจากนั้นดนตรีบำบัดได้มีความก้าวหน้าจนถึงปัจจุบัน “เสียงดนตรีเป็นเสียงที่มีความพิเศษ และน่าอัศจรรย์มาก เพราะนอกจากจะเป็นเสียงที่ทำให้ผ่อนคลายและแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้แล้วยังช่วยในเรื่องของการรักษาทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย” ดร.สุขพัชรา ซิ้มเจริญ ศึกษานิเทศก์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านสมอง กล่าวในกิจกรรม “ดนตรี” มีผลต่อการพัฒนาสมอง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ได้อย่างไร ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ดร.สุขพัชรา ให้ข้อมูลว่า จังหวะของเครื่องดนตรีมีผลต่อสมองต่างกัน เช่น ดนตรีจังหวะช้า ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จิตผ่อนคลาย เกิดการจดจำได้ดี ในขณะที่ ดนตรีจังหวะเร็ว จะทำให้รู้สึกตื่นตัว และสนุกนานจะกระตุ้นอารมณ์และสมองให้แจ่มใส มีความสุข ทั้งนี้ จังหวะดนตรีที่เหมาะสมควรมีจังหวะ 70-80 …

Read More »