โรคและการป้องกัน

9 ความจริง เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนเกิดขึ้น เติบโต ดำรงชีวิต และสลายไปตามกาลเวลา การสืบพันธุ์จึงเป็นกลไกทางธรรมชาติในการสร้างสิ่งมีชีวิตรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เมื่อมนุษย์เติบโตจวบจนช่วงที่ฮอร์โมนผันแปรจนเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องราวที่ทุกคนได้รับรู้อย่างหลากหลายทัศนะ หลากความเชื่อ หลายประสบการณ์กันไปต่างๆ นาๆ บ้างก็จากคำที่ ‘เขาบอกว่า’ หรือ ‘เขาเล่าว่า’ เพื่อเป็นการไขข้อสงสัยเรื่องเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ยอดฮิต ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้ง 9 ข้อ มาฝากดังนี้ค่ะ  1.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก? ความจริง: ผู้หญิงมีโอกาสตั้งท้องได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือครั้งที่เท่าไหร่ก็ตาม 2. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าผู้ชายหลั่งข้างนอก? ความจริง :ในขณะที่อวัยวะเพศชายแข็งตัวจะผลิตของเหลว ซึ่งประกอบด้วยเชื้ออสุจิมากมาย   ที่สามารถทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้ ดังนั้นการที่ผู้ชายหลั่งข้างนอกเมื่อถึงจุดสุดยอดนั้นเป็นวิธีที่เพิ่มความเสี่ยงในการตั้งท้องเพิ่มขึ้น เพราะตัวอสุจิอาจเล็ดลอดออกมาตั้งแต่เริ่มสอดใส่แล้ว 3.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีประจำเดือน? ความจริง : หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนก็สามารถตั้งท้องได้  โดยเฉพาะผู้ที่รอบเดือนมาไม่ปกติหรือไม่สม่ำเสมอทุกเดือน เพราะหลังจากมีเพศสัมพันธ์เชื้ออสุจิจะสามารถอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานถึง 3 วัน หากผู้หญิงบางคนมีไข่ตกในช่วงนี้ก็เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมดลูกอักเสบด้วย 4. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด? ความจริง : เมื่อผู้หญิงได้รับการกระตุ้นทางเพศ ร่างกายจะเปลี่ยนแปลง เช่น …

Read More »

3 กิจกรรม ทำเป็นประจำช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้

ถึงแม้ว่าภาวะสมองเสื่อมจะยังไม่เกิดขึ้น แต่เราไม่ควรละเลยที่จะป้องกัน และการป้องกันภาวะสมองเสื่อมก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วย 3 กิจกรรมที่สามารถทำได้ทุกวัน ดังนี้ 1. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การออกกำลังกายแบบแอโรบิค ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิค วันละ 30 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน 2. รักษาสุขภาพอยู่เสมอ – ควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลา – ควรมีกิจกรรมทางกาย เช่น เดินแทนการนั่งรถ ทำงานบ้าน ทำงานอดิเรกที่ชอบ – ควรมีกิจกรรมทางสังคม เช่นออกไปพบปะเพื่อนฝูง พูดคุยกับเพื่อนบ้าน – ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ – ไม่ควรสูบบุหรี่ และดื่มสุรา – ไม่ควรทำกิจกรรมที่เสี่ยงกับการบาดเจ็บทางศีรษะ – ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมากจนอ้วน 3. บริหารสมองบ่อยๆ โดยใช้ท่าบริหารดังนี้ ท่าโป้งก้อย มือขวาชูนิ้วโป้ง มือซ้ายชูนิ้วก้อย เมื่อทำได้ ให้สลับเปลี่ยนเป็นมือขวาชูนิ้วก้อย มือซ้ายชูนิ้วโป้ง …

Read More »

กดไลค์รัวๆ! นวดเท้าเลิกบุหรี่ได้

ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง สำหรับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์กรที่มุ่งหวังเห็นคนไทยมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ สสส. เปิดบ้านฉายภาพรวมในการทำงานของ สสส.และภาคีเครือข่าย ตลอดระยะเวลา 15 ปี ภายใต้แนวคิด “15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข” โดยได้ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการต่างๆ เพื่อสังคมอย่างมากมาย ภายในงานยังมีการแสดงนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะจากภาคีเครือข่าย รวมกว่า 31 นวัตกรรม โดยหนึ่งในนวัตกรรมทางสุขภาพ ที่ได้รับความสนใจไม่น้อยคือ “การนวดกดจุดสะท้อนเท้า” เพื่อการลดละเลิกบุหรี่และบำบัดโรคเรื้อรัง วันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. เราเก็บข้อมูลมาฝากกัน “อาจารย์ธนัท ดลอัมพรพิศุทธิ์” ประธานชมรมนวัตกรรมการแพทย์ทางเลือก ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การบำบัดโรคและฟื้นฟูสุขภาพด้วยการนวดกดจุดเท้า อธิบายว่า “เท้า” เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย ที่ช่วยรองรับน้ำหนักตัวทั้งหมดของร่างกายมนุษย์ ยังเป็นที่ซ่อนแถบบำบัด “ZONE THERAPY” ที่ช่วยให้มนุษย์ทุกคนสามารถบำบัด โดยอาศัยแถบบำบัดหรือจุดบำบัดนี้ การกดจุดสะท้อนเท้าในลักษณะนี้ จะต้องอาศัยกระบวนการที่เรียกว่า “กระบวนการสะท้อนกลับของร่างกายหรือ REFLEXOLOGY” ซึ่งการนวดกดจุดสะท้อนเท้า เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดละเลิกบุหรี่ได้ด้วยตนเองโดยวิธีทางธรรมชาติ ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพราะเท้าเป็นส่วนปลายของร่างกายที่มีปลายประสาทเชื่อมโยงไปสู่อวัยวะต่างๆ การนวดนี้กลไกในร่างกายจะต่อต้านสารนิโคติน ทำให้ช่วยลดการสูบบุหรี่ได้ “อาจารย์ธนัท ให้ข้อมูลว่า การนวดกดจุดสะท้อนเท้าช่วยเลิกบุหรี่ เป็นนวัตกรรมการประยุกต์ศาสตร์การนวดกดจุดสะท้อนเท้า ซึ่งได้ทำการวิจัยร่วมกับ สสส. พบว่า …

Read More »

คำสารภาพของสาววัย 40 ณ จุดนี้กลัวเรื่องอะไรที่สุด

สาวๆ วัย 40 เดี๋ยวนี้มีเคล็ดลับวิธีดูแลตัวเองสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งเดิน วิ่ง โยคะ ฯลฯ เพื่อดูแลรูปร่าง ท่องเที่ยวผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากชั่วโมงการทำงานประจำ หรือหาสถานที่สงบๆ เพื่ออยู่กับใจตัวเองมากขึ้น เรียกได้ว่า เรื่องงานก็ต้องจริงจัง เรื่องดูแลตัวเองก็ต้องจัดเต็มจนตารางแน่นเอี๊ยด ถึงแม้ว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีขนาดไหน แต่พออายุย่างเข้าวัยเลข 4 ก็ต้องมีเรื่องให้กังวลใจกันอยู่บ้างล่ะ เราลองมาสำรวจดูว่า สาวๆ วัย 40 เขามีเรื่องอะไรให้กังวลใจกันบ้างนะ 1. รูปร่าง วัยนี้แล้วคงไม่เป๊ะกระชับเหมือนก่อน กินอะไรนิดๆ หน่อยๆ (อันที่จริงก็แค่หายใจเฉยๆ เองนะ) ก็พร้อมจะยืด ย้วย ขยาย (ข้าง) ต่อไปนี้คงต้องเข้าสังกัดสายเฮลท์ สายคลีน สายลีน บลาๆๆ สายไหนก็ได้ที่ไม่ทำให้อ้วน จะมากินคาวแล้วต่อด้วยหวานทุกมื้อเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว 2. ผิวพรรณ เพื่อนที่ไม่อยากรู้จักเริ่มมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนริ้วรอย เพื่อนตีนกา เพื่อนฝ้า เพื่อนกระ ฯลฯ พร้อมใจกันมาคิดถึงกันในช่วงนี้ พูดไปก็นึกเสียดายผิวพรรณวัยสาวไม่หาย ว่าแล้วก็ประโคมครีม กินอาหารบำรุงผิว และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตกันไปสิคะ รออะไร 3. ผม ที่เห็นสีขาวๆ เทาๆ …

Read More »

ภัยร้ายที่เกิดจากการ ‘ติด’ สเตียรอยด์

สเตียรอยด์เป็นชื่อคุ้นหูอยู่ว่าเป็นยารักษาโรคในทางการแพทย์ ซึ่งสรรพคุณเหมือนเป็นยาวิเศษ รักษาโรคหรือภาวะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่ที่น่ากลัวก็คือ มีการนำสเตียรอยด์มาปลอมปนในผลิตภัณฑ์ยาหรือเครื่องสำอางเพื่ออวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งการมีสเตียรอยด์อยู่ในร่างกายนานวันเข้ามีแต่ส่งผลร้าย เราจึงควรรู้เท่าทันดักจับสเตียรอยด์ให้อยู่หมัดก่อนจะเข้าถึงตัวเรา ภัยร้ายที่เกิดจากการ ‘ติด’ สเตียรอยด์ไม่สามารถสังเกตเห็นอาการผิดปกติ แต่เมื่อทานไปนานๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ 1. ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้ติดเชื้อง่าย เป็นแผลที่ผิวหนังตามร่างกาย แขน    ขา   นิ้วมือและแผลหายช้า บางรายลุกลามไปทั่วร่างกายจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิต 2. เยื่อบุกระเพาะอาหารบาง จนอาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยไม่มีอาการปวดท้องมาก่อน 3. ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในช่วงปกติได้ โดยระดับน้ำตาลจะสูงขึ้น 4. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในช่วงปกติได้ โดยความดันโลหิตจะสูงขึ้นแต่ไม่มีอาการเตือน นับเป็นภัยเงียบ 5. กระดูกพรุนและแตกหักง่าย ซึ่งเสี่ยงต่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไขกระดูก ผู้ที่อยู่ในวัยทอง    ไม่ควรใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน 6. อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อแขนขาไร้เรี่ยวแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะ 7. ต้อหิน หากใช้ยาหยอดตาที่ผสมสเตียรอยด์ หรือเป็นต้อกระจก จะทำให้ติดเชื้อที่ตาได้ง่ายอาจถึงขั้นตาบอด 8. ผิวหนังบาง หากใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกติดต่อกันนานๆ  โดยผิวหนังจะมีลักษณะเป็นมัน อักเสบมีผื่นแดง เกิดรอยแตกสีม่วงแดงตามผิวหนังที่หน้าท้องและต้นขา บางรายอาจเป็นสิวเห่อขึ้นทั้งตัว 9. คุชชิ่งซินโดรม (Cushing Syndrome) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการใช้สเตียรอยด์ในปริมาณที่มาก อาการที่สังเกตได้คือใบหน้ากลมคล้ายพระจันทร์ ไขมันพอกต้นคอ …

Read More »

9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถตัดสิ่งที่มารบกวนจิตใจได้ 4.ออกกำลังสมอง ร่างกายต้องการการออกกำลังกายเพื่อให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม สมองก็เช่นเดียวกัน การท้าทายสมองให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวันจะช่วยเพิ่มความสามารถและทำให้ฉลาดขึ้น น้อง ๆ สามารถฝึกสมองได้ด้วยหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโซโดกุ ปริศนาตามหน้าหนังสือพิมพ์ เกมกระดาน และปริศนาคำทาย กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงของสมอง ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ พัฒนาความสามารถในการมองเห็นให้มองได้หลายมุมมอง …

Read More »

คนไทย 1 ใน 3 ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเหตุพฤติกรรม “นั่งยอง-ไขว่ห้าง”

จากการศึกษาพบว่า การใช้าส้วมนั่งยองมีผลเสียต่อสุขภาพ โดยผิวข้อเข่าเสื่อม ซึ่งโรคนี้เป็นแล้งจะทุกข์ทรมาน รักษาไม่หายขาด ลุกนั่งเดินลำบาก สธ.จึงรณรงค์ให้คนไทยใช้ส้วมชนิดเป็นโถนั่ง (ส้วมห้อยขา) แทนการใช้ส้วมนั่งยอง และส่งเสริมให้มีส้วมแบบโถห้อยขาใช้ในบ้านและสถานที่สาธารณะตั้งเป้าให้บ้านเรือนส้วมชนิดเป็นโถนั่งร้อยละ 50 ในปี  2556 และครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2558  ส่วนสถานที่สาธารณะให้มีร้อยละ 90 ภายในปี 2558 โดยในปีแรกมีเป้าหมายพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน เชื้อเพลิง โรงพยาบาล และสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ด้าน ภญ.กุสุมา ไตรวิทยานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาน สยามบรมราชกุมารีกล่าวว่า จากสถิติพบคนไทย 1 ใน 3 มักจะป่วยด้วยโรคข้อ โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งพบได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้จำกัดว่าเป็นโรคเฉพาะของผู้สูงอายุแล้วเท่านั้น แต่สามารถพบได้ทุกวัย เนื่องจากโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากพฤติกรรม โดยคนทีอายุน้อยกว่า 30 ปีพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมเพียงร้อยละ 1 อายุน้อยกว่า 40 ปี พบร้อยละ 10 และอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบมากถึง ร้อยละ 50 “พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่สามารถก่อให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้นั้นมีมาก ทั้งการนั่งที่ไม่ถูกวิธี ทำให้ปวดหลังปวดไหล่ อาทิ การนั่งยอง …

Read More »

สุขภาพดีด้วยน้ำพริก 4 ภาค

ถ้าพูดถึงอาหารพื้นบ้านไทยคงไม่มีไครไม่รู้จัก น้ำพริก เพราะถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการกิน เป็นกับข้าว และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากน้ำพริก ฤทธิ์เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีกำลังก็เพราะอุดมไปด้วย วิตามิน แคลเซียม และโปรตีนคุณภาพสูงหลายชนิด เพราะประกอบไปด้วย พริก หอม กระเทียม  ข่า ฯลฯ  อีกทั้งการกินผักเสริมยิ่งทำให้สบายท้อง และไม่ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยังทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี สมุนไพรในน้ำพริก 1. พริก  มีสาร แคปไซซิน มีสรรพคุณ ช่วยระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตและหัวใจ ช่วยขับเหงื่อ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ถ้ากินพริกเป็นประจำจะทำให้ระบบย่อยและการดูดซึมอาหารทำงานได้ไม่ดี แต่ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะ  จะทำให้เลือดไม่จับตัวเป็นก้อนเลือดไหลเวียนได้ดี 2.กระเทียมไทย  จัดเป็นยอดสมุนไพรชนิดหนึ่ง คุณสมบัติคือสามารถป้องกันโรคมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น วัณโรคและไทฟอยด์ โรคปอด ลำไส้อักเสบ โรคทางเดินปัสสาวะ โรคหืด โรคพยาธิในลำใส้ ไขข้ออักเสบ และโรคเกาต์ กระเทียมมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อักเสบและทำลายแบคทีเรีย โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และลดความดันโลหิตสูง 3.หอมแดง  หัวหอมเล็ก,หอมแดงไทย ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับประจำเดือน แก้ไข้ แก้หวัด …

Read More »

รักษาโรคด้วย ‘ดนตรี’ ก็ได้หรือ?

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของ “ดนตรีบำบัด” กันมาบ้างแล้ว จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า ดนตรีมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายเรื่อง ทั้งลดความเจ็บปวด ลดความเครียด นอนไม่หลับ ตลอดจนควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้เลยทีเดียว ว่าแต่ที่ว่ารักษาโรคต่างๆ ได้นั้น จะจริงหรือเท็จอย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ จากบทพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งทางด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” มีความสำคัญต่อมนุษย์มายาวนาน ทั้งในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคอริสโตเติล และเพลโต ในสมัยสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แพทย์ได้ว่าจ้างนักดนตรีมาช่วยในการรักษาฟื้นฟูสภาพกายและใจของเปล่าทหารผ่านศึก หลังจากจากนั้นดนตรีบำบัดได้มีความก้าวหน้าจนถึงปัจจุบัน “เสียงดนตรีเป็นเสียงที่มีความพิเศษ และน่าอัศจรรย์มาก เพราะนอกจากจะเป็นเสียงที่ทำให้ผ่อนคลายและแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้แล้วยังช่วยในเรื่องของการรักษาทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย” ดร.สุขพัชรา ซิ้มเจริญ ศึกษานิเทศก์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านสมอง กล่าวในกิจกรรม “ดนตรี” มีผลต่อการพัฒนาสมอง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ได้อย่างไร ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ดร.สุขพัชรา ให้ข้อมูลว่า จังหวะของเครื่องดนตรีมีผลต่อสมองต่างกัน เช่น ดนตรีจังหวะช้า ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จิตผ่อนคลาย เกิดการจดจำได้ดี ในขณะที่ ดนตรีจังหวะเร็ว จะทำให้รู้สึกตื่นตัว และสนุกนานจะกระตุ้นอารมณ์และสมองให้แจ่มใส มีความสุข ทั้งนี้ จังหวะดนตรีที่เหมาะสมควรมีจังหวะ 70-80 …

Read More »

ปวดคอ บ่า ไหล่ มึนงง ปวดศีรษะ…4 ท่านี้เอาอยู่

วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือ ลุกขึ้นมาบริหาร 4 ท่าง่ายๆแต่ได้ผลดี แปะไว้เลย เมื่อทำต่อเนื่องอาการทุเลาแน่นอนค่ะ…เมื่อกล้ามเนื้อที่บริเวณคอ บ่า ไหล่หดเกร็ง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก อาการปวดก็ตามมา หากไม่ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ก็จะยังคงทรมานกับอาการปวด อาการนี้ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากตัวคุณเองนะคะ ที่มา สุขภาพบำบัด ศาสตร์และศิลป์แห่งการดูแลสุขภาพ

Read More »